ภาค ข นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ
สรุปเนื้อหาสำหรับเตรียมสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ ข้าราชการพลเรือนสามัญ เนื้อหาเรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและประกาศรับสมัครของส่วนราชการ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ตัวเลขและมาตราที่อ้างอิงตรวจกับตัวบทฉบับที่ใช้บังคับ ณ ปลายปี 2569 แต่ก่อนสอบควรตรวจประกาศรับสมัครของกรมที่สมัครอีกครั้ง
ภาพรวม
ภาค ข คืออะไร
การสอบแข่งขันเข้ารับราชการพลเรือนสามัญ แบ่งเป็น 3 ภาค ผู้สมัครต้องผ่านภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) ของสำนักงาน ก.พ. มาก่อน แล้วจึงสมัครสอบกับส่วนราชการที่เปิดรับ ซึ่งจัดสอบภาค ข (ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง) และภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยมากเป็นการสัมภาษณ์) ประกาศรับสมัครทุกฉบับอ้างอำนาจตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 เรื่องการสรรหาโดยการสอบแข่งขัน (ประกาศรุ่นปี 2569 อ้างหนังสือ ที่ นร 1004/ว 14 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่แก้ไขหลักเกณฑ์เพิ่มเติมด้วย)
รูปแบบที่พบบ่อยจากประกาศหลายกรม
| ส่วนราชการ (ปีประกาศ) | ภาค ข | วิธีสอบ | ภาค ค | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|---|---|
| กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (7 มิ.ย. 2566) | 200 คะแนน | ข้อเขียน: (1) การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล (2) กฎหมายและระเบียบ เช่น พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551, พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 | สัมภาษณ์ | ตามประกาศ |
| สำนักงาน ก.พ. ปริญญาโท (7 มี.ค. 2568) | 200 คะแนน | ข้อเขียน: HR และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 100, วิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล 50, ภาษาอังกฤษ 50 | 100 คะแนน สัมภาษณ์ | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 แต่ละภาค |
| กรมสรรพากร (มี.ค. 2568, 20 อัตรา) | 200 คะแนน เวลา 3 ชั่วโมง | ข้อเขียน | 100 คะแนน สัมภาษณ์ | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 แต่ละภาค |
| กรมศุลกากร (12 พ.ย. 2568) | ตามประกาศ | ข้อเขียน | สัมภาษณ์ (มี.ค. 2569) | ภาค ข ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 |
| กรมธนารักษ์ (ต.ค. 2569) | ตามประกาศ | ข้อเขียน: (1) กฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551, พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534, พ.ร.ฎ.ธรรมาภิบาล 2546, ระเบียบการลา 2555, ระเบียบพนักงานราชการ 2547, กฎระเบียบลูกจ้างประจำ (2) การบริหารงานบุคคล การบริหารและพัฒนา HR ภาครัฐ การวางแผนและติดตามประเมินผล | สัมภาษณ์ | ตามประกาศ |
ข้อสังเกตจากประกาศหลายฉบับ
- ภาค ข ของตำแหน่งนี้นิยมให้คะแนนเต็ม 200 คะแนน สอบข้อเขียน (ส่วนใหญ่เป็นปรนัย 4 ตัวเลือก) เวลาราว 3 ชั่วโมง บางกรมแบ่งเป็น 2 วิชา วิชาละ 100 คะแนน
- ภาค ค 100 คะแนน สัมภาษณ์ และสอบภาค ข ก่อน ผู้ผ่านภาค ข จึงมีสิทธิสอบภาค ค
- เกณฑ์ผ่านมาตรฐาน คือได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การขึ้นบัญชีเรียงตามคะแนนรวม ถ้าคะแนนรวมเท่ากันให้ผู้ได้คะแนนภาค ค มากกว่าอยู่ลำดับดีกว่า
- จำนวนข้อไม่ได้ระบุในประกาศ ผู้สอบที่แชร์ประสบการณ์มักเล่าว่าเป็นปรนัยหลักร้อยข้อ ให้เตรียมรับมือกับข้อสอบราว 100 ถึง 150 ข้อใน 3 ชั่วโมง (ข้อมูลไม่เป็นทางการ)
- คุณวุฒิ: ปริญญาตรีทุกสาขาวิชาที่ ก.พ. รับรอง ประกาศปี 2568 ถึง 2569 ระบุอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของวุฒิปริญญาตรีเป็นช่วง 18,150 ถึง 19,970 บาท (หรือตามที่ ก.พ. กำหนด)
หัวข้อที่ออกบ่อย (รวบรวมจากหลักสูตรในประกาศ)
- พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551: ก.พ. อ.ก.พ. ก.พ.ค. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม (มาตรา 36) ระบบคุณธรรม (มาตรา 42) ประเภทและระดับตำแหน่ง (มาตรา 45-46) การสอบแข่งขัน (มาตรา 53) ทดลองปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 59) วินัยและโทษ (มาตรา 80-88) อุทธรณ์ ร้องทุกข์ การออกจากราชการ
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548, ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560, ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564)
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน และการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
- หลักการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ระบบสมรรถนะ การพัฒนาบุคลากร
- กฎหมายประกอบที่หลายกรมใส่ไว้ แต่ไม่อยู่ในชุดข้อสอบนี้: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534, พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546, ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ 2547, ระเบียบลูกจ้างประจำ และความรู้เกี่ยวกับส่วนราชการที่สมัคร (วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้าง)
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ภาพรวม
สาระสำคัญ
ข้าราชการพลเรือน แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ส่วนใหญ่ของกฎหมายนี้ว่าด้วยข้าราชการพลเรือนสามัญ
ก.พ. (มาตรา 6) ประธานคือนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย กรรมการโดยตำแหน่ง 3 คน คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระคราวละ 3 ปี (มาตรา 7) อำนาจหน้าที่ของ ก.พ. อยู่ในมาตรา 8 รวมถึงการออกกฎ ก.พ. ตามมาตรา 8 (5)
อ.ก.พ. มีหลายระดับ เช่น อ.ก.พ. วิสามัญ อ.ก.พ. กระทรวง (มาตรา 15) อ.ก.พ. กรม (มาตรา 17) ทำหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคลในระดับของตนภายใต้หลักเกณฑ์ ก.พ.
ก.พ.ค. (มาตรา 24) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีกรรมการ 7 คน ทำงานเต็มเวลา คัดเลือกโดยคณะกรรมการที่มีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน (มาตรา 26) เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการ ก.พ.ค. หน้าที่หลักคือวินิจฉัยอุทธรณ์ (มาตรา 114) และร้องทุกข์ (มาตรา 123) และคุ้มครองระบบคุณธรรม (มาตรา 126)
ระบบคุณธรรม (มาตรา 42) การรับคนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ การบริหารคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ การพิจารณาความดีความชอบและเลื่อนตำแหน่งดูจากผลงาน ศักยภาพ ความประพฤติ ห้ามนำความเห็นทางการเมืองหรือการสังกัดพรรคมาประกอบ การดำเนินการทางวินัยต้องยุติธรรมไม่มีอคติ และต้องเป็นกลางทางการเมือง
ประเภทและระดับตำแหน่ง (มาตรา 45, 46)
| ประเภท | ระดับ |
|---|---|
| บริหาร | ต้น, สูง |
| อำนวยการ | ต้น, สูง |
| วิชาการ | ปฏิบัติการ, ชำนาญการ, ชำนาญการพิเศษ, เชี่ยวชาญ, ทรงคุณวุฒิ |
| ทั่วไป | ปฏิบัติงาน, ชำนาญงาน, อาวุโส, ทักษะพิเศษ |
นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ คือ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
คุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้าม (มาตรา 36)
คุณสมบัติทั่วไป: (1) สัญชาติไทย (2) อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (3) เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ลักษณะต้องห้าม 11 ข้อ: (1) ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (2) คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือเป็นโรคตามกฎ ก.พ. (3) อยู่ระหว่างถูกพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกไว้ก่อน (4) บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม (5) กรรมการหรือผู้รับผิดชอบบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรค (6) บุคคลล้มละลาย (7) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ (8) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ (9) เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออกเพราะผิดวินัย (10) เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะผิดวินัย (11) เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
| กรณี | ก.พ. ยกเว้นได้หรือไม่ | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| (4) (6) (7) (11) | ได้ | ตามที่ ก.พ. พิจารณา |
| (8) (9) | ได้ | ออกจากงานหรือราชการไปเกิน 2 ปี |
| (10) ไล่ออก | ได้ | ออกไปเกิน 3 ปี และไม่ใช่กรณีทุจริตต่อหน้าที่ |
| (1) ตำแหน่งการเมือง | ไม่ต้องยกเว้น | สมัครสอบได้ แต่บรรจุได้เมื่อพ้นตำแหน่งแล้ว |
| (2) (3) (5) | ไม่ได้ | เป็นสภาพที่ต้องหมดไปก่อน |
เทคนิคจำ
- ก.พ. = 3 หน่วยงานการเงินการคลังและแผน (คลัง งบประมาณ สภาพัฒน์) ไม่มี ก.พ.ร.
- ก.พ. วาระ 3 ปี, ก.พ.ค. 7 คน เต็มเวลา
- ยกเว้นลักษณะต้องห้าม: ให้ออก/ปลดออก 2 ปี, ไล่ออก 3 ปี
กับดัก
- คิดว่าเลขาธิการ ก.พ.ร. อยู่ใน ก.พ. (ไม่อยู่)
- สับสนระดับอาวุโส (ประเภททั่วไป) กับระดับของประเภทวิชาการ
- คิดว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสมัครสอบไม่ได้ (สมัครได้)
ตัวอย่าง
ข้อใดไม่ใช่ระดับของตำแหน่งประเภทวิชาการ: ชำนาญการพิเศษ / เชี่ยวชาญ / ทรงคุณวุฒิ / อาวุโส
เฉลย: อาวุโส เพราะเป็นระดับของประเภททั่วไป (มาตรา 46)
การสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง ทดลองปฏิบัติหน้าที่ โอน ย้าย
สาระสำคัญ
- มาตรา 53 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการโดยการสอบแข่งขัน (ฐานอำนาจของประกาศรับสมัครทุกฉบับ)
- มาตรา 55 กรณีมีเหตุพิเศษ อาจคัดเลือกแทนการสอบแข่งขันได้ตามหลักเกณฑ์ ก.พ.
- มาตรา 57 กำหนดผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามประเภทและระดับตำแหน่ง
- มาตรา 58 ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารที่ปฏิบัติหน้าที่เดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้มีการสับเปลี่ยนหน้าที่ ย้าย หรือโอน (เว้นแต่มีความจำเป็นอาจอยู่ต่อได้ไม่เกิน 2 ปี)
- มาตรา 59 ผู้ได้รับบรรจุตามมาตรา 53 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 55 ต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและได้รับการพัฒนา ถ้าผลต่ำกว่ามาตรฐานให้สั่งให้ออกจากราชการ
- มาตรา 63 การย้าย / มาตรา 64 การโอนข้าราชการประเภทอื่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ (ผู้โอนมาตามมาตรา 64 ระหว่างที่ยังทดลองงาน ต้องทดลองต่อด้วย)
กฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. 2553
| เรื่อง | หลักเกณฑ์ | ข้อ |
|---|---|---|
| ระยะเวลาทดลอง | ตามที่ส่วนราชการกำหนด ไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี | 3 |
| การขยายเวลา | ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี | 3 วรรคสอง |
| การพัฒนา | ระยะเวลาพัฒนาให้ถือเป็นเวลาทดลองด้วย | 3 วรรคสาม |
| หลักการ | ทดลองงานเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการเลือกสรร | 4 |
| คณะกรรมการประเมิน | ประธาน + กรรมการอีก 2 คน แต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 | 12 |
| เกณฑ์ผ่าน | ผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรม สัดส่วนเท่ากัน ต้องได้แต่ละส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 | 13 |
| ไม่ผ่าน | สั่งให้ออกภายใน 5 วันทำการนับแต่ได้รับรายงาน ไม่ต้องรอครบกำหนด ส่งสำเนาให้สำนักงาน ก.พ. ภายใน 5 วันทำการ | 14 (4) |
องค์ประกอบการประเมินขั้นต่ำ: ผลสัมฤทธิ์ = ความสามารถในการเรียนรู้งาน การปรับใช้ความรู้กับงาน ความสำเร็จของงาน / พฤติกรรม = ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรม การรักษาวินัย
เทคนิคจำ
- 6 เดือนถึง 1 ปี, ขยาย 2 x 3, ผ่าน 60/60
- การให้ออกเพราะไม่ผ่านทดลองงานไม่ใช่โทษวินัย
กับดัก
- ตอบว่าทดลองงาน 6 เดือนตายตัว (ตัวบทปัจจุบันคือช่วงที่ส่วนราชการกำหนด)
- ตอบว่าใช้คะแนนรวมร้อยละ 60 (ต้องผ่านทั้งสองส่วน)
ตัวอย่าง
ผลประเมินต่ำกว่ามาตรฐานตั้งแต่เดือนที่ 4 และผู้มีอำนาจเห็นว่าไม่ควรให้ทดลองต่อ ต้องทำอย่างไร
เฉลย: สั่งให้ออกภายใน 5 วันทำการนับแต่ได้รับรายงาน ไม่ต้องรอครบกำหนด (ข้อ 14 (4))
วินัย การดำเนินการทางวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ การออกจากราชการ
สาระสำคัญ
- มาตรา 80-84 หน้าที่รักษาวินัย ข้อปฏิบัติ (มาตรา 82) ข้อห้าม (มาตรา 83) และผู้ไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดวินัย (มาตรา 84)
- มาตรา 85 ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เช่น ปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบให้เกิดความเสียหายร้ายแรงหรือโดยทุจริต, ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่จนเสียหายร้ายแรง, ละทิ้งหน้าที่ติดต่อในคราวเดียวกันเกิน 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร, ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง, ดูหมิ่นหรือข่มเหงประชาชนอย่างร้ายแรง, ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด (ยกเว้นประมาทหรือลหุโทษ), ฝ่าฝืนข้อปฏิบัติหรือข้อห้ามจนเสียหายร้ายแรง
- มาตรา 87 ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย และป้องกันการกระทำผิด
- มาตรา 88 โทษทางวินัย 5 สถาน: ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก ไล่ออก
- ความผิดไม่ร้ายแรง ลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน ความผิดร้ายแรง ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก (มาตรา 97) กรณีความผิดเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ อาจว่ากล่าวตักเตือนหรือทำทัณฑ์บนแทน ซึ่งไม่ใช่โทษ
- รายละเอียดกระบวนการสอบสวนอยู่ในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556
อุทธรณ์และร้องทุกข์
| เรื่อง | ยื่นต่อ | กำหนดเวลา | มาตรา |
|---|---|---|---|
| อุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย (ทุกสถาน) และคำสั่งให้ออกบางกรณี | ก.พ.ค. | 30 วันนับแต่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง | 114 |
| ผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย ก.พ.ค. | - | 30 วันนับแต่ ก.พ.ค. มีคำวินิจฉัย | 116 |
| ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ | ศาลปกครองสูงสุด | 90 วันนับแต่ทราบคำวินิจฉัย | 116 |
| ร้องทุกข์ (คับข้องใจที่อุทธรณ์ไม่ได้) | - | ตามกฎ ก.พ.ค. | 122 |
| เหตุเกิดจากผู้บังคับบัญชา | ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปตามลำดับ | - | 123 วรรคหนึ่ง |
| เหตุเกิดจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม ปลัดกระทรวง รัฐมนตรี | ก.พ.ค. | - | 123 วรรคสอง |
การออกจากราชการ (มาตรา 107-109)
ออกจากราชการเมื่อ (1) ตาย (2) พ้นจากราชการตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญ (เกษียณ) (3) ลาออกและได้รับอนุญาตหรือการลาออกมีผล (4) ถูกสั่งให้ออกตามมาตรา 59, 67, 101, 110 หรือ 111 (5) ถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
การลาออก (มาตรา 109): ยื่นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้มีอำนาจตามมาตรา 57 อาจยับยั้งได้เพื่อประโยชน์ราชการ ถ้าไม่ยับยั้ง การลาออกมีผลตั้งแต่วันขอลาออก
เทคนิคจำ
- 5 โทษ ภาค-ตัด-ลด-ปลด-ไล่ / ร้ายแรง = ปลดหรือไล่
- อุทธรณ์ ก.พ.ค. 30 วัน → ศาลปกครองสูงสุด 90 วัน
- ละทิ้งหน้าที่เกิน 15 วัน = ร้ายแรง
กับดัก
- ทำทัณฑ์บน ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ใช่โทษ
- คำว่า เกิน 15 วัน (ไม่ใช่ 15 วันพอดี)
- อุทธรณ์ภายใต้กฎหมายปี 2551 ไปที่ ก.พ.ค. ทุกโทษ ไม่ใช่ อ.ก.พ. กระทรวงแบบกฎหมายเก่า
ตัวอย่าง
ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัย: ภาคทัณฑ์ / ตัดเงินเดือน / ทำทัณฑ์บน / ไล่ออก
เฉลย: ทำทัณฑ์บน (มาตรา 88)
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
สาระสำคัญ
ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ 25 มกราคม 2555 ยกเลิกระเบียบการลา พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขปี 2539 กับ 2542 ใช้กับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการการเมือง และข้าราชการตำรวจ ประกาศรับสมัครปี 2569 ยังอ้างฉบับ พ.ศ. 2555 โดยไม่ระบุฉบับแก้ไข
หมายเหตุเรื่องลาคลอด (ตรวจ ณ พฤศจิกายน 2569): คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการขยายวันลาคลอดของข้าราชการหญิงเมื่อ 11 มกราคม 2565 (ได้รับเงินเดือน 98 วัน และลาต่อได้อีกไม่เกิน 90 วันโดยได้รับเงินเดือนร้อยละ 50) แต่ยังเป็นเพียงร่าง ยังไม่พบระเบียบฉบับแก้ไขประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังใช้ข้อ 18-20 ของฉบับ พ.ศ. 2555 (ลาคลอด 90 วัน ลาช่วยภริยา 15 วันทำการ) อย่าสับสนกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่ให้ลูกจ้างลาคลอด 120 วัน เพราะกฎหมายนั้นใช้กับลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ไม่ใช้กับข้าราชการ
หลักทั่วไปที่ออกบ่อย
- ข้อ 10 นับวันลาตามปีงบประมาณ นับรวมวันหยุดที่อยู่ระหว่างวันลาประเภทเดียวกัน ยกเว้น ลาป่วยทั่วไป ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ลากิจส่วนตัว และลาพักผ่อน ให้นับเฉพาะวันทำการ / ลาป่วยหรือลากิจที่ต่อเนื่องกันนับเป็นครั้งเดียว / เรียกตัวกลับระหว่างลาได้เฉพาะลาช่วยภริยา ลากิจ (ที่ไม่ใช่ลาเลี้ยงดูบุตร) และลาพักผ่อน / ลาครึ่งวันได้
- ข้อ 12 ใช้ใบลาตามแบบ ส่วนราชการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับลาป่วย ลาพักผ่อน และลากิจ (ที่ไม่ใช่ลาเลี้ยงดูบุตร) ได้
- ข้อ 13-14 ไปต่างประเทศระหว่างลาหรือวันหยุดต้องขออนุญาต / ไปประเทศที่ติดเขตแดน ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตได้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน นายอำเภอไม่เกิน 3 วัน
- ข้อ 16 เงินเดือนระหว่างลาเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือนฯ
- ข้อ 17 การลามี 11 ประเภท
ตารางวันลาและกำหนดเวลาที่ต้องจำ
| ประเภทการลา | สาระสำคัญ |
|---|---|
| ลาป่วย (ข้อ 18) | เสนอใบลาก่อนหรือในวันลา หรือวันแรกที่กลับมาทำงาน / ลาตั้งแต่ 30 วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม / ไม่ถึง 30 วัน ผู้อนุญาตจะสั่งให้มีใบแพทย์ก็ได้ / ได้รับเงินเดือนระหว่างลาไม่เกิน 60 วันทำการต่อปี (ตามพระราชกฤษฎีกา) |
| ลาคลอดบุตร | ครั้งละไม่เกิน 90 วัน นับรวมวันหยุด ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ ได้รับเงินเดือน 90 วัน |
| ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร (ข้อ 20) | ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เสนอใบลาภายใน 90 วันนับแต่วันคลอด ลาติดต่อกันไม่เกิน 15 วันทำการ |
| ลากิจส่วนตัว | ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงหยุดได้ (เว้นแต่จำเป็น) / ได้รับเงินเดือนปีละไม่เกิน 45 วันทำการ ปีแรกที่บรรจุไม่เกิน 15 วันทำการ |
| ลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตร (ข้อ 22) | ต่อเนื่องจากลาคลอดได้อีกไม่เกิน 150 วันทำการ โดยไม่ได้รับเงินเดือน |
| ลาพักผ่อน (ข้อ 23-25) | ปีละ 10 วันทำการ / บรรจุยังไม่ถึง 6 เดือนไม่มีสิทธิ / สะสมรวมกับปีปัจจุบันไม่เกิน 20 วันทำการ, รับราชการติดต่อกันตั้งแต่ 10 ปี ไม่เกิน 30 วันทำการ / ประจำการในเมืองยากลำบากในต่างประเทศ เพิ่มอีก 10 วันทำการ (ไม่สะสม) |
| ลาอุปสมบท / ประกอบพิธีฮัจย์ | เสนอใบลาก่อนไม่น้อยกว่า 60 วัน / อุปสมบทหรือออกเดินทางภายใน 10 วันนับแต่วันเริ่มลา / รายงานตัวกลับภายใน 5 วันนับแต่ลาสิกขาหรือกลับถึงประเทศไทย / ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 120 วัน ต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน |
| ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเตรียมพล | รายงานลาภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่รับหมายเรียก / พ้นแล้วรายงานตัวกลับภายใน 7 วัน |
| ลาไปศึกษา ฝึกอบรม วิจัย ดูงาน | ในประเทศและต่างประเทศ ผู้อนุญาตกรณีต่างประเทศคือหัวหน้าส่วนราชการ (ข้อ 33) |
| ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ (ข้อ 34-35) | เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการสั่งให้ข้าราชการไปทำการที่นับเวลาเหมือนเต็มเวลาราชการ พ.ศ. 2550 |
| ลาติดตามคู่สมรส (ข้อ 36-38) | ลาได้ไม่เกิน 2 ปี จำเป็นอาจอนุญาตเพิ่มอีกไม่เกิน 2 ปี รวมไม่เกิน 4 ปี ถ้าเกินให้ลาออก |
| ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ (ข้อ 39-40) | ผู้ได้รับอันตรายหรือป่วยเจ็บเพราะปฏิบัติหน้าที่จนทุพพลภาพหรือพิการ ลาไปอบรมหลักสูตรฟื้นฟูหรือหลักสูตรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพได้ ไม่เกิน 12 เดือน |
เทคนิคจำ
- นับเฉพาะวันทำการ 4 ประเภท: ป่วย กิจ พักผ่อน ช่วยภริยา
- อุปสมบท 60-10-5 / ทหาร 48 ชั่วโมงขาไป 7 วันขากลับ
- พักผ่อน 10 / สะสม 20 / ครบ 10 ปี สะสม 30
- ใบแพทย์บังคับเมื่อป่วย 30 วันขึ้นไป
กับดัก
- คิดว่าลาป่วย 3 วันต้องมีใบแพทย์ (ระเบียบบังคับที่ 30 วัน)
- นับวันหยุดรวมในลาพักผ่อน (ไม่นับ)
- สับสน 150 วันทำการของลากิจเลี้ยงดูบุตร (ไม่ได้รับเงินเดือน) กับ 90 วันของลาคลอด
ตัวอย่าง
ข้าราชการที่รับราชการติดต่อกันมา 12 ปี และไม่ได้ใช้วันลาพักผ่อนมาหลายปี จะรวมวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้สูงสุดกี่วันทำการ
เฉลย: 30 วันทำการ เพราะรับราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
เงินเดือน การเลื่อนเงินเดือน ค่าตอบแทน
สาระสำคัญ
- มาตรา 50 ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งในแต่ละประเภท ตามบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติ (มีการปรับบัญชีโดยกฎหมายแก้ไขเป็นระยะ) อัตราแรกบรรจุตามคุณวุฒิเป็นไปตามที่ ก.พ. กำหนด
- มาตรา 74 การเลื่อนเงินเดือนให้เป็นไปตามกฎ ก.พ. คือ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- มาตรา 76 ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน และใช้ในการพัฒนา
การเลื่อนเงินเดือนตามกฎ ก.พ. พ.ศ. 2552
| เรื่อง | หลักเกณฑ์ |
|---|---|
| ความถี่ | ปีละ 2 ครั้ง: ครั้งที่ 1 (ผลงาน 1 ต.ค. - 31 มี.ค.) เลื่อน 1 เมษายน / ครั้งที่ 2 (1 เม.ย. - 30 ก.ย.) เลื่อน 1 ตุลาคม |
| ระยะเวลาทำงาน | ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 4 เดือน |
| วันลา (ข้อ 8 (9)) | ในครึ่งปีต้องมีวันลาไม่เกิน 23 วัน ไม่รวมวันลาบางประเภท เช่น ลาอุปสมบทหรือฮัจย์ ลาคลอดไม่เกิน 90 วัน ลาพักผ่อน ลาตรวจเลือกหรือเตรียมพล ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ และ (เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2556) ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรเฉพาะวันที่มีสิทธิได้รับเงินเดือน และลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ |
| เงื่อนไขอื่น | ผลการประเมินอยู่ในระดับที่ ก.พ. กำหนด, ไม่ถูกลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าภาคทัณฑ์, ไม่ถูกสั่งพักราชการเกิน 2 เดือน, ไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ไม่ลาหรือมาสายเกินจำนวนครั้งที่หัวหน้าส่วนราชการกำหนด |
เทคนิคจำ
- เลื่อน 1 เม.ย. และ 1 ต.ค. (วันถัดจากสิ้นครึ่งปีงบประมาณ)
- 4 เดือน และ 23 วัน คือตัวเลขคู่ของการเลื่อนเงินเดือน
กับดัก
- ลากิจส่วนตัวนับรวมใน 23 วันเสมอ
- ลาพักผ่อนไม่นับรวม
ตัวอย่าง
วันลาประเภทใดต้องนับรวมใน 23 วัน: ลากิจส่วนตัว / ลาพักผ่อน / ลาช่วยภริยาคลอด / ลาฟื้นฟูสมรรถภาพ
เฉลย: ลากิจส่วนตัว
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ฉบับแก้ไขที่ต้องรู้
| ฉบับ | สาระที่แก้ |
|---|---|
| ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548 | ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ยุคแรก, ส่งหนังสือครบ 20 ปีให้หอจดหมายเหตุ (ข้อ 58), แก้อายุการเก็บ (ข้อ 57) |
| ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 (ประกาศ 29 ธ.ค. 2560) | ผู้รับรองสำเนาถูกต้อง (ข้อ 31) และกรรมการทำลายหนังสือ (ข้อ 67) ใช้ข้าราชการประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ หรือประเภททั่วไประดับชำนาญงานขึ้นไป หรือเทียบเท่า และให้พนักงานราชการรับรองสำเนาได้ |
| ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 (ประกาศ 25 พ.ค. 2564) | ติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก (ข้อ 29), ทะเบียนและบัญชีทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 29/1), เพิ่มหมวด 5 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (ข้อ 89/1-89/5) |
สาระสำคัญจากฉบับหลัก
- ข้อ 6 งานสารบรรณ คือ งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลาย
- ข้อ 10 หนังสือราชการ 6 ชนิด: ภายนอก ภายใน ประทับตรา สั่งการ ประชาสัมพันธ์ และหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
- ข้อ 13 หนังสือประทับตรา ใช้แทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป หัวหน้าส่วนราชการระดับกองหรือผู้ได้รับมอบหมายลงชื่อย่อกำกับตรา ใช้เฉพาะเรื่องไม่สำคัญ 6 กรณี: ขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ส่งสำเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร บรรณสาร, ตอบรับทราบที่ไม่เกี่ยวกับราชการสำคัญหรือการเงิน, แจ้งผลงานที่ดำเนินการแล้ว, เตือนเรื่องที่ค้าง, เรื่องที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปสั่งให้ใช้
- ข้อ 15 หนังสือสั่งการ 3 ชนิด: คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ
- ข้อ 19 หนังสือประชาสัมพันธ์ 3 ชนิด: ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว
- ข้อ 23 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐาน 4 ชนิด: หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก หนังสืออื่น
- ข้อ 28 ชั้นความเร็ว 3 ระดับ ใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่า 32 พอยท์
| ชั้นความเร็ว | การปฏิบัติ |
|---|---|
| ด่วนที่สุด | ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับ |
| ด่วนมาก | ปฏิบัติโดยเร็ว |
| ด่วน | ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้ |
| ด่วนภายใน | ระบุวันเวลาที่ต้องถึงผู้รับ |
การเก็บรักษาและทำลาย
| เรื่อง | หลักเกณฑ์ | ข้อ |
|---|---|---|
| อายุการเก็บโดยปกติ | ไม่น้อยกว่า 10 ปี | 57 |
| คู่สำเนาที่มีต้นเรื่องค้นได้จากที่อื่น | ไม่น้อยกว่า 5 ปี | 57.4 |
| เรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดเป็นประจำ | ไม่น้อยกว่า 1 ปี | 57.5 |
| หนังสือเกี่ยวกับการเงินที่ไม่ใช่หลักฐานแห่งสิทธิ (สตง. ตรวจแล้ว) | ไม่น้อยกว่า 5 ปี | 57.6 |
| ส่งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ | หนังสืออายุครบ 20 ปี ภายใน 31 มกราคมของปีถัดไป | 58 |
| หนังสือที่ต้องเก็บตลอดไป | ประทับตรา ห้ามทำลาย ด้วยหมึกสีแดง | 55-56 |
| สำรวจหนังสือครบอายุ | ภายใน 60 วันหลังสิ้นปีปฏิทิน ทำบัญชีหนังสือขอทำลาย | 66 |
| คณะกรรมการทำลาย | หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมแต่งตั้ง ประธาน + กรรมการอย่างน้อย 2 คน | 67 (แก้ไข 2560) |
| หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ | ไม่มีอายุการเก็บ ปกติเก็บตลอดไป หัวหน้าส่วนราชการสั่งทำลายฉบับที่ไม่ใช่เอกสารจดหมายเหตุที่เก็บเกิน 10 ปีได้ | 89/5 |
| สำรองข้อมูล | เก็บสำรองอีกอย่างน้อย 1 แห่ง ไฟล์มาตรฐาน เช่น PDF ไม่ต่ำกว่า 150 dpi | 89/4 |
ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 ประเด็นที่มักถูกถาม
- ข้อ 29 ใหม่: ติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ยกเว้นข้อมูลลับที่สุดหรือมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งต้องตรวจผลการส่ง ผู้รับแจ้งตอบรับ เมื่อตอบรับแล้วไม่ต้องส่งเอกสารตามไปอีก
- ข้อ 26 วรรคสาม: บันทึกที่ทำในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลที่ยืนยันตัวตนได้ พิมพ์ชื่อแทนลายมือชื่อได้ และไม่ต้องลงวันที่ถ้าระบบบันทึกไว้แล้ว
- ข้อ 27: สื่อกลางบันทึกข้อมูลรวมถึงบริการคลาวด์
- ข้อ 89/1: ส่วนราชการต้องมีระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรืออย่างน้อยมีที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลาง ประกาศบนเว็บไซต์และแจ้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.)
- ข้อ 89/3: ลงเวลาที่ระบบบันทึกการรับส่งไว้ในทะเบียน
เทคนิคจำ
- 6 ชนิด: นอก ใน ประทับตรา สั่งการ ประชาสัมพันธ์ หลักฐาน / สั่งการ 3, ประชาสัมพันธ์ 3, หลักฐาน 4
- เก็บ 10 ส่ง 20 / สำรวจ 60 วัน / กรรมการทำลายอย่างน้อย 3 คน
- e-document เก็บตลอดไป ลบได้เมื่อเกิน 10 ปี
กับดัก
- หนังสือเวียนไม่ใช่ชนิดของหนังสือ
- หนังสือประทับตราใช้กับเรื่องการเงินไม่ได้
- ตัวเลขเก่า 25 ปีของการส่งหอจดหมายเหตุ ถูกแก้เป็น 20 ปีแล้ว
ตัวอย่าง
หนังสือชั้นความเร็ว ด่วนมาก ต้องปฏิบัติอย่างไร
เฉลย: ปฏิบัติโดยเร็ว (ด่วนที่สุดคือทันที)
หลักการบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบคุณธรรม การวางแผนกำลังคน
สาระสำคัญ
- กระบวนการ HRM: วางแผนกำลังคน สรรหา เลือกสรร บรรจุแต่งตั้ง พัฒนา ประเมินผล ค่าตอบแทนและสวัสดิการ วินัยและการพ้นจากงาน
- ระบบคุณธรรม (Merit System) 4 หลัก: ความสามารถ ความเสมอภาคในโอกาส ความมั่นคงในอาชีพ ความเป็นกลางทางการเมือง ตรงข้ามกับระบบอุปถัมภ์ (Patronage/Spoils) ที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือพรรคพวก
- บทบาท HR ของ Ulrich: Strategic Partner, Administrative Expert, Employee Champion, Change Agent
- การวางแผนกำลังคน: พยากรณ์ความต้องการ (demand) และกำลังคนที่มี (supply) แล้วหาช่องว่าง (gap) เพื่อกำหนดมาตรการ เช่น สรรหา พัฒนา สับเปลี่ยน ปรับลด วางแผนสืบทอดตำแหน่ง (succession planning)
- วิธีพยากรณ์: เชิงคุณภาพ เช่น Delphi (ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เปิดเผยตัว หลายรอบ) การประมาณการของผู้บริหาร / เชิงปริมาณ เช่น วิเคราะห์แนวโน้ม อัตราส่วน การถดถอย
- ตัวชี้วัด HR: อัตราการออกจากงาน = ผู้ออก ÷ บุคลากรเฉลี่ย × 100
- คุณภาพเครื่องมือคัดเลือก: ความเชื่อมั่น (reliability) วัดซ้ำได้ผลคงที่ / ความเที่ยงตรง (validity) วัดได้ตรงสิ่งที่ต้องการวัด
เทคนิคจำ
- Merit 4 ส: สามารถ เสมอภาค มั่นคง เป็นกลาง
- Gap = Demand - Supply
กับดัก
- ตัวเลือกที่มีคำว่า ความไว้วางใจส่วนตัว หรือ พรรคการเมือง มักเป็นระบบอุปถัมภ์
- ความเชื่อมั่นสูงไม่ได้แปลว่าเที่ยงตรงสูง
ตัวอย่าง
บุคลากรเฉลี่ย 240 คน ออก 12 คน อัตราการออกจากงานเท่าใด
เฉลย: 12 ÷ 240 × 100 = 5%
การจำแนกตำแหน่งและมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
สาระสำคัญ
- การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) ให้ผลเป็น Job Description (หน้าที่ ความรับผิดชอบ) และ Job Specification (คุณสมบัติของคน)
- ระบบจำแนกตำแหน่ง (Rank-in-Job) ยึดงานเป็นหลัก ตำแหน่งที่งานและความรับผิดชอบเท่ากันโดยประมาณอยู่ระดับเดียวกัน ต่างจากระบบชั้นยศ (Rank-in-Person) ที่ยึดตัวบุคคล
- มาตรา 48 ก.พ. จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง จำแนกเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน และจัดตำแหน่งที่หน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานเท่ากันโดยประมาณไว้ระดับเดียวกัน ส่วนราชการนำไปใช้กำหนดตำแหน่งของตน
- การประเมินค่างาน (Job Evaluation): Ranking (เรียงลำดับทั้งงาน), Classification/Grading (เทียบกับนิยามระดับ), Factor Comparison, Point Factor (ให้คะแนนรายปัจจัยแล้วรวม)
- สายงานนักทรัพยากรบุคคล อยู่ในประเภทวิชาการ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงเชี่ยวชาญ ลักษณะงานระดับปฏิบัติการตามประกาศรับสมัคร: ศึกษาวิเคราะห์ภารกิจ HR เชิงกลยุทธ์ ระบบจำแนกตำแหน่ง รูปแบบการจ้างงาน วางแผนอัตรากำลัง เส้นทางความก้าวหน้า สรรหา พัฒนาสมรรถนะ จัดหลักสูตร ให้คำปรึกษาและบริการข้อมูล HR
เทคนิคจำ
- Description = งาน / Specification = คน
- ให้คะแนนรายปัจจัยแล้วรวม = Point Factor
กับดัก
- ระดับชำนาญการพิเศษยังเป็นประเภทวิชาการ ไม่ใช่อำนวยการ
- ผู้จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งคือ ก.พ. ไม่ใช่กรม
ตัวอย่าง
ระบบที่จัดตำแหน่งตามลักษณะงานและความรับผิดชอบ เรียกว่าอะไร
เฉลย: ระบบจำแนกตำแหน่ง (Position Classification)
การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการบริหารผลงาน
สาระสำคัญ
- มาตรา 76 ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการเพื่อใช้ประกอบการแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน และพัฒนา ราชการประเมินปีละ 2 รอบให้สอดคล้องกับรอบเลื่อนเงินเดือน องค์ประกอบหลักคือผลสัมฤทธิ์ของงาน และพฤติกรรมหรือสมรรถนะ (สัดส่วนให้ตรวจหนังสือเวียน ก.พ. ฉบับล่าสุด)
- ตัวชี้วัด (KPI): input, process, output (จำนวนสิ่งที่ทำ), outcome (การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น) ตั้งเป้าตามหลัก SMART: Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound
- Balanced Scorecard: การเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน การเรียนรู้และการเติบโต
- MBO: ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งเป้าหมายร่วมกัน ติดตาม ประเมินตามเป้า
- 360 องศา: ข้อมูลจากหลายแหล่ง ต้องรักษาความลับผู้ให้ข้อมูล เหมาะกับการพัฒนา
- ข้อผิดพลาดของผู้ประเมิน: Halo (ความประทับใจด้านเดียวลามทุกด้าน), Horn (ด้านลบลามทุกด้าน), Central Tendency (ให้กลาง ๆ ทุกคน), Leniency/Strictness (ใจดีหรือเข้มเกินไปกับทุกคน), Recency (ให้น้ำหนักเหตุการณ์ช่วงท้าย), Similar-to-me
เทคนิคจำ
- นับสิ่งที่ทำ = output / วัดการเปลี่ยนแปลง = outcome
- Halo ดีด้านเดียวดีทุกด้าน / Central กลางหมด
กับดัก
- จำนวนผู้เข้าอบรมเป็น output ไม่ใช่ outcome
- BSC ไม่มีมิติการเมือง
ตัวอย่าง
ข้อใดเป็นตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ของโครงการอบรม
เฉลย: ร้อยละของผู้ผ่านอบรมที่นำความรู้ไปใช้ในงานได้
สมรรถนะ
สาระสำคัญ
- สมรรถนะ (Competency) คือคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลจากความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอื่น ที่ทำให้ปฏิบัติงานได้โดดเด่น แบบจำลองภูเขาน้ำแข็ง: เหนือน้ำ = ความรู้ ทักษะ (พัฒนาง่าย) ใต้น้ำ = บทบาททางสังคม ภาพลักษณ์ตนเอง อุปนิสัย แรงจูงใจ (เปลี่ยนยาก)
- ระบบสมรรถนะของ ก.พ. มี 3 กลุ่ม
| กลุ่ม | ใช้กับ | รายการ |
|---|---|---|
| สมรรถนะหลัก (5) | ทุกตำแหน่ง | การมุ่งผลสัมฤทธิ์, การบริการที่ดี, การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ, การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม, การทำงานเป็นทีม |
| สมรรถนะทางการบริหาร (6) | ประเภทบริหารและอำนวยการ | สภาวะผู้นำ, วิสัยทัศน์, การวางกลยุทธ์ภาครัฐ, ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน, การควบคุมตนเอง, การสอนงานและการมอบหมายงาน |
| สมรรถนะประจำสายงาน | ตามลักษณะงานของสายงาน | เช่น การคิดวิเคราะห์ การมองภาพองค์รวม ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ |
- ระดับสมรรถนะไล่ตั้งแต่ไม่แสดงสมรรถนะจนถึงระดับสูงสุด แต่ละตำแหน่งกำหนดระดับที่คาดหวังไว้ การประเมินหาช่องว่าง (competency gap) แล้วนำไปจัดทำ IDP
- เครื่องมือประเมิน: Assessment Center (หลายแบบฝึก หลายผู้ประเมิน เช่น In-basket, Leaderless Group Discussion, Role Play), Behavioral Event Interview, การประเมิน 360 องศา
เทคนิคจำ
- หลัก 5: มุ่ง บริการ สั่งสม ยึดมั่น ทีม
- บริหาร 6: ผู้นำ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นำเปลี่ยน คุมตน สอนงาน
กับดัก
- การวางกลยุทธ์ภาครัฐและวิสัยทัศน์ เป็นสมรรถนะทางการบริหาร ไม่ใช่สมรรถนะหลัก
- ผลสมรรถนะต่ำกว่าคาดหวังแก้ด้วยการพัฒนา ไม่ใช่วินัย
ตัวอย่าง
ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะหลักของ ก.พ.: มุ่งผลสัมฤทธิ์ / บริการที่ดี / ทำงานเป็นทีม / วางกลยุทธ์ภาครัฐ
เฉลย: การวางกลยุทธ์ภาครัฐ
การพัฒนาบุคลากร (HRD) IDP การฝึกอบรม การจัดการความรู้
สาระสำคัญ
- มาตรา 72 ให้ส่วนราชการมีหน้าที่ดำเนินการให้มีการพัฒนาข้าราชการ และมาตรา 59 ให้พัฒนาผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
- Training Needs Analysis 3 ระดับ: องค์การ งาน บุคคล
- ADDIE: Analysis, Design, Development, Implementation, Evaluation
- Kirkpatrick 4 ระดับ: Reaction, Learning, Behavior, Results
- 70:20:10: เรียนรู้จากงานจริง 70, จากผู้อื่น (coaching, mentoring, feedback) 20, จากหลักสูตรเป็นทางการ 10
- IDP แผนพัฒนารายบุคคล ทำร่วมกันระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ระบุช่องว่าง วิธีพัฒนา ระยะเวลา ตัวชี้วัด
- วิธีพัฒนา: On-the-job training, Job rotation, Coaching (เน้นทักษะงานเฉพาะ ระยะสั้น), Mentoring (เน้นการเติบโตในอาชีพ ระยะยาว), e-Learning, การศึกษาดูงาน
- การจัดการความรู้ (KM): Tacit (ฝังในตัวคน) และ Explicit (เอกสาร) โมเดล SECI: Socialization (tacit สู่ tacit), Externalization (tacit สู่ explicit), Combination (explicit สู่ explicit), Internalization (explicit สู่ tacit) เครื่องมือ: ชุมชนนักปฏิบัติ (CoP), การถอดบทเรียน (AAR), คลังความรู้
เทคนิคจำ
- Kirkpatrick: ชอบ รู้ ทำ ผล
- SECI: Ex = ออกจากหัว / In = เข้าหัว
กับดัก
- ขั้นต่อจาก Design คือ Development ไม่ใช่ Implementation
- TNA ไม่มีระดับคู่แข่งหรือตลาด
ตัวอย่าง
การถอดความรู้จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญออกมาเป็นคู่มือ ตรงกับกระบวนการใดใน SECI
เฉลย: Externalization
แผนฝึก
แผน 4 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีเวลาวันละ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง
| สัปดาห์ | อ่าน | ฝึก |
|---|---|---|
| 1 | พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551: ก.พ. ก.พ.ค. มาตรา 36, 42, 45-46, 53-59 และกฎ ก.พ. ทดลองงาน | ทำข้อสอบหัวข้อ csa และ recruit จบแล้วทวนเฉลยข้อที่ผิด จดตัวเลขลงการ์ดความจำ |
| 2 | วินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ การออกจากราชการ / ระเบียบการลา 2555 ทั้งฉบับ | ทำ discipline และ leave ฝึกตารางวันลาจนเขียนจากความจำได้ |
| 3 | ระเบียบงานสารบรรณ (เน้นฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564) / กฎ ก.พ. เลื่อนเงินเดือน | ทำ saraban และ pay จับเวลาชุดละ 15 นาที |
| 4 | หลัก HRM สมรรถนะ การประเมินผล HRD / ทบทวนกฎหมายประกอบที่กรมที่สมัครระบุ (พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน, พ.ร.ฎ.ธรรมาภิบาล, ระเบียบพนักงานราชการ) | ทำข้อสอบชุดเต็มจับเวลาเหมือนจริง 2 รอบ เป้าหมายร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อเผื่อจากเกณฑ์ผ่านร้อยละ 60 |
เคล็ดลับการทำข้อสอบ
- อ่านหลักสูตรในประกาศของกรมที่สมัครก่อนทุกครั้ง แล้วเพิ่มกฎหมายเฉพาะที่ระบุ
- ข้อกฎหมายมักถามตัวเลข (วัน เดือน ปี จำนวนคน) และคำว่า เกิน ไม่น้อยกว่า ภายใน ให้ขีดเส้นใต้
- ข้อ HRM มักถามนิยามและให้เลือกตัวเลือกที่ไม่ใช่ ให้ตัดตัวเลือกที่เป็นศัพท์จากศาสตร์อื่น
- ข้อสถานการณ์ ให้ระบุก่อนว่าเป็นเรื่องอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ วินัยหรือทดลองงาน แล้วจึงเลือกองค์กรและกำหนดเวลา
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศสำนักงาน ก.พ. รับสมัครสอบแข่งขันตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ (ปริญญาโท) ลงวันที่ 7 มีนาคม 2568: https://www.ocsc.go.th/wp-content/uploads/2025/03/ (ไฟล์ ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ-ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ-ปริญญาโท-ของสำนักงาน-ก.พ.pdf)
- หน้ารวมประกาศตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล สำนักงาน ก.พ.: https://www.ocsc.go.th/careers/vacancy-announcement/civil-servant-vacancy-announcement/human-resource-officer/
- ประกาศกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รับสมัครสอบแข่งขัน ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2566: https://info.dip.go.th/uploadcontent/maew_info/(1.5).pdf
- กรมสรรพากร ประกาศรับสมัครและผลการสอบ ปี 2568: https://www.rd.go.th/53360.html และข่าวสรุปรูปแบบสอบ https://www.thansettakij.com/economy/620455
- ประกาศกรมศุลกากร รายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ (อ้างประกาศรับสมัคร 12 พฤศจิกายน 2568): https://www.customs.go.th/data_files/ca27c76021f7c3bd353f030c7d2276a3.pdf
- ข่าวกรมธนารักษ์รับสมัครสอบแข่งขัน ตุลาคม 2569 (มีไฟล์ประกาศแนบ): https://www.job-108.com/id20390.html และเว็บไซต์กรมธนารักษ์ http://www.treasury.go.th
- พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 22 ก) และฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา: https://www.krisdika.go.th
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการฯ พ.ศ. 2553 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 23 ก, 2 เมษายน 2553) รวมอยู่ในคู่มือของ สผ.: https://www.onep.go.th/wp-content/uploads/2021/04/O27-2-2.pdf
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 31 ก)
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 22 ง, 24 มกราคม 2555) และคู่มือการลา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร: https://www.nabc.go.th/uploads/downloads/b27b481a3f015965.pdf
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ฉบับรวมถึงฉบับที่ 2: https://www.dip.go.th/uploadcontent/Ploypilin/LOA_9.pdf
- ระเบียบงานสารบรรณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 325 ง)
- ระเบียบงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 113 ง, 25 พฤษภาคม 2564): https://www.arch.chula.ac.th/arch-cu/files/formcontentepost/ระเบียบงานสารบรรณ%20ฉบับที่%204%20พ.ศ.%202564.pdf
- คู่มือการดำเนินการทางวินัยตามกฎ ก.พ. พ.ศ. 2556 สำนักงาน ก.พ.: https://www.tmd.go.th/media/hr-pdf/o25-5-2-1_ocsc_discipline2556.pdf
- สำนักงาน ก.พ.: https://www.ocsc.go.th