พร้อมสอบ

ภาษาอังกฤษ ก.พ.

สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษสำหรับการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ครอบคลุม 4 ส่วนที่ออกสอบ ได้แก่ บทสนทนา (Conversation), คำศัพท์ (Vocabulary), ไวยากรณ์ (Grammar / Structure) และการอ่าน (Reading) พร้อมกฎสำคัญ วลีที่ควรรู้ เทคนิคทำข้อสอบ กับดักที่คนพลาดบ่อย และแผนฝึก

ภาพรวม

โครงสร้างการสอบและเกณฑ์ผ่าน

รายการ รายละเอียด ระดับความน่าเชื่อถือ
วิชาในภาค ก. 3 วิชา: ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน), ภาษาอังกฤษ (50 คะแนน), ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน) รวม 200 คะแนน ยืนยันจากหน้าแนะนำการสอบของสำนักงาน ก.พ. และข่าว PPTV (8 ม.ค. 2569), Thai PBS
เกณฑ์ผ่านภาษาอังกฤษ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 คือ 25 จาก 50 คะแนน ใช้เกณฑ์เดียวกันทุกระดับวุฒิ (ปวช. ถึงปริญญาโท) ยืนยันจากสำนักงาน ก.พ., PPTV, Thai PBS
เกณฑ์วิชาอื่น คิดวิเคราะห์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 (ต่ำกว่าปริญญาตรีและปริญญาตรี) หรือร้อยละ 65 (ปริญญาโท); ข้าราชการที่ดีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ยืนยันจากแหล่งเดียวกัน
การตัดสิน ต้องผ่านเกณฑ์ทุกวิชา ถ้าวิชาใดไม่ถึงเกณฑ์ถือว่าไม่ผ่านภาค ก. แม้คะแนนรวมจะสูง สรุปจากเกณฑ์รายวิชาข้างต้น
จำนวนข้อ 25 ข้อ ปรนัย 4 ตัวเลือก ข้อละ 2 คะแนน เว็บติวหลายแห่งระบุตรงกัน (QuizPolice, OpenDurian, ทรูปลูกปัญญา) แต่ยังไม่พบในประกาศทางการที่เข้าถึงได้
จำนวนข้อที่ต้องตอบถูก อย่างน้อย 13 ข้อ (26 คะแนน) เพราะ 12 ข้อได้ 24 คะแนน ซึ่งยังไม่ถึง 25 คำนวณจาก 25 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน (มีบางเว็บเขียนว่า 18 ข้อ ซึ่งไม่ตรงกับการคำนวณนี้)
สัดส่วนหัวข้อ Conversation 5 ข้อ, Structure 5 ข้อ, Vocabulary 5 ข้อ, Reading 10 ข้อ (บทอ่าน 2 บท มักเป็นจดหมายสมัครงาน ประกาศ หรือบทความทั่วไป) จากเว็บติว (OpenDurian) ไม่ใช่ประกาศทางการ ใช้เป็นแนวทางเตรียมตัว
รูปแบบการสอบ มีทั้ง e-Exam (สอบบนคอมพิวเตอร์ ปี 2569 จัดสอบช่วง 27 มี.ค. ถึง 24 พ.ค. 2569) และ Paper & Pencil ข่าวไทยรัฐ, PPTV
เวลาสอบ ไม่พบเวลาแยกเฉพาะวิชาในแหล่งที่ยืนยันได้ รอบ Paper & Pencil ปี 2567 จัดสอบเป็นช่วง 09.00 ถึง 12.00 น. และ 14.00 ถึง 17.00 น. (รอบละ 3 ชั่วโมง สำหรับทุกวิชาในรอบนั้น) ข่าวกรุงเทพธุรกิจ

ขอบเขตเนื้อหาตามที่ข่าวสรุปจากสำนักงาน ก.พ. คือ ทดสอบทักษะการสื่อสาร ได้แก่ การใช้คำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยคได้ถูกต้องเหมาะสมกับความหมายและบริบท และการอ่านเพื่อจับใจความจากข้อความหรือบทความ

หมายเหตุ: ประกาศรับสมัครแต่ละปีอาจปรับรายละเอียด ก่อนสอบจริงให้ตรวจประกาศฉบับล่าสุดที่ job3.ocsc.go.th เสมอ

ทำไมคนสอบตกวิชานี้บ่อย

  • เกณฑ์ผ่านต่ำที่สุดในสามวิชา (ร้อยละ 50) ทำให้หลายคนประมาทและไม่ฝึก แต่ถ้าวิชานี้ไม่ผ่าน ทั้งภาค ก. ก็ไม่ผ่าน เว็บติวหลายแห่งระบุตรงกันว่าวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้คนตกมาก
  • ใช้เวลากับวิชาคิดวิเคราะห์จนหมดเวลา แล้วรีบทำ Reading ซึ่งมีจำนวนข้อมากที่สุด
  • แปลตรงตัวในข้อบทสนทนา เช่น ตอบ Would you mind...? ด้วย Yes เพื่ออนุญาต (ความจริงแปลว่าไม่อนุญาต)
  • เลือกตัวเลือกที่มีคำตรงกับบทอ่าน ทั้งที่ความหมายหรือผู้กระทำผิด

ระดับความยาก

จากแนวข้อสอบที่เว็บติวเผยแพร่ ความยากโดยรวมอยู่ราวระดับมัธยมปลาย คำศัพท์เน้นเรื่องการทำงาน ราชการ และชีวิตประจำวัน ไวยากรณ์เป็นหลักพื้นฐาน (tense, conditional, passive, subject-verb agreement) ส่วน Reading ใช้บทอ่านสั้นถึงปานกลาง ข้อที่ยากมักเป็นข้อ inference และข้อที่ตัวเลือกใกล้เคียงกัน

ธนาคารข้อสอบในเว็บนี้

มี 52 ข้อ (ต้นฉบับใหม่ ไม่ได้คัดลอกจากข้อสอบจริง) แบ่งเป็น บทสนทนา 13 ข้อ, คำศัพท์ 13 ข้อ, ไวยากรณ์ 14 ข้อ, การอ่าน 12 ข้อ (บทอ่าน 4 บท บทละ 3 ข้อ) ระดับความยาก 1 ถึง 3

บทสนทนา (Conversation)

สิ่งที่ออกบ่อย

  • บทสนทนาสั้น 2 ถึง 4 บรรทัด เว้นช่องว่าง 1 ช่อง ให้เลือกประโยคที่เหมาะสมที่สุด
  • สถานการณ์ที่พบบ่อย: ติดต่อหน่วยงานราชการ (ยื่นเอกสาร ต่อบัตร รับคิว), คุยโทรศัพท์ (ขอสาย ฝากข้อความ), ที่ทำงาน (นัดหมาย ขออนุญาต เสนอความช่วยเหลือ ประชุม), ชีวิตประจำวัน (ถามทาง โรงแรม ร้านอาหาร ซื้อของ)
  • สิ่งที่วัดคือหน้าที่ของภาษา (language function) เช่น ขอบคุณ ขอโทษ ขอร้อง เสนอ เชิญ ปฏิเสธ เห็นด้วย ขออนุญาต แสดงความยินดี แสดงความเสียใจ

วลีที่ควรรู้

หน้าที่ ประโยคที่พูด คำตอบที่เหมาะสม
ทักทาย How are you? / How's it going? Fine, thanks. / Not bad. And you?
พบกันครั้งแรก (ทางการ) How do you do? / Nice to meet you. How do you do? / Nice to meet you, too.
ขอบคุณ Thank you. / I really appreciate it. You're welcome. / Don't mention it. / My pleasure. / No problem.
ขอโทษ I'm sorry. / I apologize for... That's all right. / Never mind. / Don't worry about it. / No problem.
เสนอความช่วยเหลือ Let me give you a hand. / Shall I...? / Would you like me to...? That's very kind of you. / Yes, please. / No, thanks. I can manage.
ขอร้อง Could you...? / Would you mind + V-ing? Sure. / Certainly. / Of course. / Not at all. (สำหรับ Would you mind)
ขออนุญาต May I...? / Would you mind if I + V2? Go ahead. / Of course. / Not at all.
เชิญ Would you like to...? / How about...? I'd love to. / I'd love to, but... / I'm afraid I can't.
เห็นด้วย I think we should... I agree. / I couldn't agree more. / Exactly. / You can say that again.
ไม่เห็นด้วย I think we should... I'm not so sure about that. / I see your point, but... / I'm afraid I disagree.
ขอให้ทวน (ฟังไม่ชัด) Pardon? / Sorry? / Could you say that again? / I didn't catch that.
ได้ยินข่าวร้าย I failed the test. / My father is ill. I'm sorry to hear that. / That's too bad. / What a pity.
ได้ยินข่าวดี I got promoted! Congratulations! / Good for you! / I'm glad to hear that.
อวยพร Have a nice weekend! Thanks. You too. / Same to you.
โทรศัพท์ May I speak to Ms. Suda? Speaking. / Hold on, please. / I'll put you through. / I'm afraid she's not available. / Would you like to leave a message? / Can I take a message? / You have the wrong number.
เคาน์เตอร์ราชการ How may I help you? I'd like to... / I'm here to... ; เจ้าหน้าที่: Please take a queue number. / Please fill in this form. / May I see your ID card?
ร้องเรียน The air conditioner isn't working. I do apologize for the inconvenience. I'll send someone right away.

เทคนิค

  1. อ่านบรรทัดหลังช่องว่างก่อนเสมอ เพราะเป็นตัวบอกคำตอบ เช่น ถ้าบรรทัดถัดไปคือ You're welcome ช่องว่างต้องเป็นคำขอบคุณ
  2. ระบุหน้าที่ของช่องว่างให้ได้ก่อนดูตัวเลือก (ขอบคุณ ปฏิเสธ ขอให้ทวน ฯลฯ)
  3. ดูความสอดคล้องของเหตุผลที่ตามมา ถ้าตามด้วยเหตุผลว่าทำไม่ได้ ช่องว่างต้องเป็นการปฏิเสธ ถ้าตามด้วยเหตุผลสนับสนุน ช่องว่างต้องเป็นการเห็นด้วย
  4. ตัวลวงมักเป็นประโยคที่ถูกไวยากรณ์แต่เป็นคำตอบของคำถามอื่น เช่น เอา I'm fine, thank you มาตอบ How may I help you?

กับดัก

  • Would you mind...? ถ้าอนุญาตให้ตอบ Not at all / No, of course not / No, go ahead ถ้าตอบ Yes, I do แปลว่าไม่อนุญาต
  • I couldn't agree more และ You can say that again แปลว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย
  • Same to you ใช้ตอบคำอวยพร ไม่ใช่คำขอบคุณ
  • How do you do? เป็นคำทักทายเมื่อพบกันครั้งแรก ไม่ได้ถามสารทุกข์สุกดิบแบบ How are you?
  • Help yourself แปลว่า เชิญตามสบาย (หยิบเอง) ไม่ได้แปลว่าช่วยตัวเอง
  • Speaking ในการคุยโทรศัพท์แปลว่า ผู้รับสายคือคนที่ถูกขอสายเอง
  • It couldn't have gone better แปลว่าดีที่สุด ส่วน It couldn't have gone worse แปลว่าแย่ที่สุด

ตัวอย่าง

A: I've just been promoted to section chief! B: ___ You really deserve it.

  1. I'm sorry to hear that.
  2. Congratulations!
  3. Never mind.
  4. Same to you.

เฉลย: Congratulations! เพราะ A บอกข่าวดี (ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่าย) และ B ตามด้วยคำชม You really deserve it. (คุณสมควรได้รับจริง ๆ) ตัวเลือกอื่น: I'm sorry to hear that. ใช้กับข่าวร้าย; Never mind. ใช้ตอบคำขอโทษ; Same to you. ใช้ตอบคำอวยพร

คำศัพท์ (Vocabulary)

สิ่งที่ออกบ่อย

  • เติมคำให้เข้ากับความหมายของประโยค (meaning in context)
  • หาคำที่ความหมายใกล้เคียง (closest in meaning / synonym) หรือตรงข้าม (opposite / antonym)
  • collocation คือคำที่มักใช้คู่กัน เช่น pay attention, make a decision
  • phrasal verb เช่น put off, turn down, carry out
  • word form คือเลือกชนิดคำให้ถูก (noun, verb, adjective, adverb)
  • คำที่สร้างจาก prefix และ suffix เช่น non-refundable, impartial
  • หมวดที่พบบ่อย: งานราชการ การสมัครงาน ประกาศ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตประจำวัน

ศัพท์ราชการและที่ทำงานที่ควรรู้

คำ ความหมาย คำ ความหมาย
applicant ผู้สมัคร supervisor ผู้บังคับบัญชา
vacancy ตำแหน่งว่าง subordinate ผู้ใต้บังคับบัญชา
qualification คุณสมบัติ วุฒิ colleague เพื่อนร่วมงาน
eligible มีสิทธิ์ มีคุณสมบัติ submit ยื่น ส่ง
deadline กำหนดส่ง approve อนุมัติ
implement นำไปปฏิบัติ enforce บังคับใช้
regulation ระเบียบ ข้อบังคับ comply with ปฏิบัติตาม
violate ละเมิด ฝ่าฝืน abolish ยกเลิก (กฎหมาย ระบบ)
amend แก้ไข (กฎหมาย) postpone เลื่อนออกไป
budget งบประมาณ policy นโยบาย
temporary ชั่วคราว permanent ถาวร
relocate ย้ายที่ตั้ง renovation การปรับปรุง ซ่อมแซม
transparency ความโปร่งใส accountability ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
corruption การทุจริต impartial เป็นกลาง
fee ค่าธรรมเนียม refund คืนเงิน
enclose / attach แนบ consent ความยินยอม
appointment การนัดหมาย extension เบอร์ต่อภายใน หรือการขยายเวลา

Phrasal verbs ที่ออกบ่อย

Phrasal verb ความหมาย Phrasal verb ความหมาย
put off เลื่อน (= postpone) call off ยกเลิก (= cancel)
carry out ดำเนินการ ปฏิบัติ fill in / fill out กรอก (แบบฟอร์ม)
hand in ส่ง (งาน เอกสาร) turn down ปฏิเสธ
look into ตรวจสอบ สืบสวน deal with จัดการ รับมือ
set up ก่อตั้ง ติดตั้ง run out of หมด (ของใช้)
take over รับช่วงต่อ เข้าควบคุม give up เลิก ล้มเลิก
find out ค้นพบ หาคำตอบ go over ทบทวน ตรวจดู
point out ชี้ให้เห็น come up with คิด (ไอเดีย) ออก
take part in เข้าร่วม get along with เข้ากันได้ดีกับ
look forward to + V-ing ตั้งตารอ break down (เครื่อง) เสีย

Collocation ที่ควรจำเป็นชุด

  • make: a decision, a mistake, an effort, progress, an appointment, a complaint
  • do: business, research, your best, a favor, damage
  • pay: attention, a visit, a compliment
  • take: part in, action, responsibility, place (เกิดขึ้น)
  • raise: awareness of, funds, a question
  • meet: a deadline, requirements, the needs of
  • hold a meeting, reach an agreement, submit an application, apply for a job, draw attention to

Prefix และ suffix

ส่วนคำ ความหมาย ตัวอย่าง
un-, in-, im-, il-, ir-, non-, dis- ไม่ unable, inaccurate, impartial, illegal, irregular, non-refundable, dishonest
mis- ผิด misunderstand, mislead
re- อีกครั้ง renew, rewrite
pre- ก่อน prepay, preview
-tion, -sion, -ment, -ness, -ity, -ance คำนาม decision, payment, kindness, ability, performance
-ful, -less, -ive, -able, -ous, -al คุณศัพท์ careful, careless, effective, reliable, dangerous, national
-ly กริยาวิเศษณ์ (ส่วนใหญ่) carefully, temporarily
-ize, -en, -ify กริยา modernize, strengthen, simplify

เทคนิค

  1. ถ้าหลังช่องว่างมีบุพบท ให้เลือกคำที่ไปกับบุพบทนั้น เช่น comply with, depend on, apply for, consist of, respond to
  2. ข้อ word form ให้ดูคำหน้าช่องว่าง ถ้าเป็น a/an/the + adjective ต้องเติมคำนาม ถ้าอยู่หน้าคำนามต้องเติมคุณศัพท์ ถ้าขยายกริยาต้องเติม adverb
  3. ประโยคที่สองมักอธิบายความหมายของคำในช่องว่าง ให้หาคำที่สรุปประโยคนั้นได้
  4. ใช้คำบอกความสัมพันธ์ช่วยเดา เช่น Despite, Although, However บอกความขัดแย้ง ส่วน because, so บอกเหตุผล

กับดัก

  • อ่านโจทย์ให้ดีว่าถาม closest in meaning หรือ OPPOSITE ข้อถามตรงข้ามมักใส่คำพ้องความหมายมาเป็นตัวลวง
  • คำที่หน้าตาคล้ายกัน: affect (กริยา ส่งผล) / effect (นาม ผล), adopt (รับเอามาใช้) / adapt (ปรับตัว), economic (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ) / economical (ประหยัด), personal (ส่วนตัว) / personnel (บุคลากร), principal (หลัก ผู้อำนวยการ) / principle (หลักการ), stationary (หยุดนิ่ง) / stationery (เครื่องเขียน), sensible (มีเหตุผล) / sensitive (อ่อนไหว)
  • คำที่มีความหมายใกล้กันแต่ไวยากรณ์ต่างกัน เช่น obey / follow / respect ตามด้วยกรรมทันที แต่ comply ต้องมี with
  • put off (เลื่อน) กับ call off (ยกเลิก) สับสนกันบ่อย

ตัวอย่าง

The project was delayed because the team ___ of funds.

  1. ran out
  2. ran into
  3. ran over
  4. ran across

เฉลย: ran out (run out of = หมด) แปลว่า โครงการล่าช้าเพราะทีมใช้งบประมาณหมด ตัวลวง: run into = บังเอิญเจอ หรือประสบ (ปัญหา); run over = (รถ) ทับ; run across = บังเอิญพบ ไม่มีคำใดไปกับ of funds ได้

ไวยากรณ์ (Grammar / Structure)

สิ่งที่ออกบ่อย

tense และคำบอกเวลา, conditional sentences, passive voice, subject-verb agreement, relative pronouns, gerund และ infinitive, preposition, article, การเปรียบเทียบ, inversion และข้อหาจุดผิด (error identification)

Tense ที่ต้องรู้

Tense โครงสร้าง ใช้เมื่อ คำบอกเวลา
Present Simple V1 / V-s ความจริง กิจวัตร ตารางเวลา always, usually, every day
Present Continuous is/am/are + V-ing กำลังทำอยู่ หรือแผนที่นัดไว้แล้ว now, at the moment, currently
Present Perfect has/have + V3 เริ่มในอดีตถึงปัจจุบัน ประสบการณ์ เพิ่งเกิด since, for, already, yet, just, ever, recently
Present Perfect Continuous has/have been + V-ing ทำต่อเนื่องถึงตอนนี้ เน้นระยะเวลา for, since, all day
Past Simple V2 จบไปแล้วในอดีต yesterday, last..., ... ago, in 2020
Past Continuous was/were + V-ing กำลังทำในอดีต หรือถูกเหตุการณ์อื่นแทรก when, while
Past Perfect had + V3 เกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต before, after, by the time + อดีต
Future Simple will + V1 อนาคต การตัดสินใจทันที คำสัญญา tomorrow, next..., soon
be going to is/am/are going to + V1 ตั้งใจไว้แล้ว หรือมีหลักฐานชัด -
Future Perfect will have + V3 จะเสร็จก่อนจุดเวลาในอนาคต by + เวลาในอนาคต

Conditional sentences

ประเภท if-clause main clause ความหมาย
Type 0 Present Simple Present Simple ความจริงทั่วไป (If you heat ice, it melts.)
Type 1 Present Simple will + V1 เป็นไปได้ในอนาคต (If it rains, we will stay home.)
Type 2 Past Simple (be ใช้ were) would + V1 สมมติไม่จริงในปัจจุบัน (If I were you, I would apply.)
Type 3 had + V3 would have + V3 สมมติตรงข้ามกับอดีต (If he had studied, he would have passed.)

unless = if ... not เช่น Unless you register by Friday, you cannot attend. (ถ้าไม่ลงทะเบียนภายในวันศุกร์ จะเข้าร่วมไม่ได้)

Passive voice

โครงสร้างคือ be + V3 โดยผัน be ตาม tense: is/are done, was/were done, has/have been done, will be done, is/are being done, can/must be done ใช้เมื่อประธานเป็นผู้ถูกกระทำ และมักมี by + ผู้กระทำ

Subject-verb agreement

  • Each / Every / Either / Neither / One of + นามพหูพจน์ ใช้กริยาเอกพจน์ (One of the officers is...)
  • The number of + นามพหูพจน์ ใช้กริยาเอกพจน์ ส่วน A number of + นามพหูพจน์ ใช้กริยาพหูพจน์
  • Either A or B / Neither A nor B / Not only A but also B ผันกริยาตาม B (ตัวที่อยู่ใกล้กริยา)
  • A as well as B / A along with B / A together with B ผันกริยาตาม A
  • นามนับไม่ได้ใช้กริยาเอกพจน์: information, news, advice, equipment, furniture, luggage
  • people และ police ใช้กริยาพหูพจน์

Relative pronouns

คำ ใช้แทน หน้าที่ ตัวอย่าง
who คน ประธาน the officer who helped me
whom คน กรรม the officer whom I met
which สิ่งของ สัตว์ ประธานหรือกรรม the form which I submitted
whose คนหรือสิ่งของ แสดงความเป็นเจ้าของ ตามด้วยนาม the man whose car was stolen
that คนหรือสิ่งของ ประธานหรือกรรม (ห้ามใช้หลังจุลภาคและหลังบุพบท) the report that you wrote
where / when สถานที่ / เวลา ขยายสถานที่ หรือเวลา the office where I work

Gerund และ infinitive

  • ตามด้วย V-ing: suggest, avoid, consider, finish, enjoy, mind, deny, postpone, admit, keep, practice, risk, และหลังบุพบททุกตัว รวมถึง look forward to, be used to, object to
  • ตามด้วย to + V1: decide, plan, hope, agree, refuse, want, expect, promise, afford, manage, offer
  • ความหมายเปลี่ยนตามรูป: stop + V-ing (เลิกทำ) / stop + to V (หยุดเพื่อไปทำ), remember / forget + V-ing (จำ / ลืมว่าเคยทำ) / remember / forget + to V (จำ / ลืมที่จะทำ)
  • used to + V1 (เคยทำในอดีต) ต่างจาก be used to + V-ing (เคยชินกับ)

Preposition และ article

  • เวลา: at + เวลาที่เป็นจุด (at 9 a.m., at noon), on + วันและวันที่ (on Monday, on 3 March), in + เดือน ปี ฤดู ช่วงของวัน (in June, in 2026, in the morning)
  • since + จุดเวลา (since 2020), for + ระยะเวลา (for ten years), by + เส้นตาย (by 31 July = ไม่เกินวันที่ 31), until + ต่อเนื่องจนถึง (until 5 p.m.)
  • a / an เลือกจากเสียง ไม่ใช่ตัวอักษร: an hour, an MP, a university, a European
  • the ใช้กับสิ่งที่เจาะจง สิ่งที่มีหนึ่งเดียว ขั้นสูงสุด และลำดับที่ (the sun, the best, the first)

การเปรียบเทียบและ inversion

  • as + adj/adv + as (เท่ากับ), adj-er / more + adj + than (กว่า), the + adj-est / the most + adj (ที่สุด), The more you practice, the better you become. (ยิ่ง...ยิ่ง...)
  • ขึ้นต้นประโยคด้วย Never, Rarely, Seldom, Hardly, Not only, Only then ต้องกลับเป็นรูปคำถาม: Not only did he meet the deadline, but he also...

เทคนิค

  1. ดูคำบอกเวลาก่อนเลือก tense (last week ใช้ past, since ใช้ present perfect)
  2. ข้อหาจุดผิด ให้เช็กตามลำดับ: ประธานกับกริยาสอดคล้องกันไหม, tense ตรงกับคำบอกเวลาไหม, รูปกริยาหลังคำนั้น (V-ing หรือ to V), บุพบทและ article, ชนิดคำ
  3. หา "ประธานจริง" โดยตัดวลีบุพบทออก เช่น The number (of visitors) has increased

กับดัก

  • ใช้ has / have + V3 กับคำบอกเวลาอดีตที่เจาะจง (last week, yesterday, in 2020) ผิด
  • ใส่ will ใน if-clause หรือ time clause (when, before, as soon as) ผิด เช่น If it will rain
  • suggest to do ผิด ต้องเป็น suggest doing หรือ suggest that + ประธาน + V1
  • look forward to see ผิด ต้องเป็น look forward to seeing เพราะ to เป็นบุพบท
  • one of the + นามพหูพจน์ ไม่ใช่นามเอกพจน์ (one of the officers ไม่ใช่ one of the officer)

ตัวอย่าง

By the time the director arrived, the meeting ___.

  1. already starts
  2. has already started
  3. had already started
  4. will already start

เฉลย: had already started เพราะ By the time + อดีต (arrived) บอกว่าการประชุมเริ่มก่อนผู้อำนวยการมาถึง เหตุการณ์ที่เกิดก่อนในอดีตใช้ Past Perfect แปลว่า กว่าผู้อำนวยการจะมาถึง การประชุมก็เริ่มไปแล้ว ตัวเลือกอื่นเป็นปัจจุบันหรืออนาคต ไม่เข้ากับเหตุการณ์ในอดีต

การอ่าน (Reading)

สิ่งที่ออกบ่อย

  • ส่วนที่มีจำนวนข้อมากที่สุด (ราว 10 ข้อ จากบทอ่าน 2 บท ตามเว็บติว) บทอ่านมักเป็นประกาศ อีเมล จดหมายสมัครงาน โฆษณารับสมัครงาน หรือบทความสั้นเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ประเภทคำถาม: ใจความหลักหรือจุดประสงค์ (main idea / purpose), ชื่อเรื่อง (title), รายละเอียด (detail), ข้อใดถูกหรือไม่ถูก (TRUE / NOT TRUE), ข้อใดไม่ได้กล่าวถึง (NOT mentioned), การอนุมาน (inference), ความหมายของคำในบริบท (vocabulary in context), คำอ้างอิง (it / they หมายถึงอะไร), ผู้เขียนหรือผู้อ่านเป็นใคร

วิธีหาคำตอบตามประเภทคำถาม

ประเภท วิธีหา
main idea / purpose อ่านหัวเรื่อง ประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า และ Subject ของอีเมล คำตอบต้องครอบคลุมทั้งเรื่อง ไม่แคบหรือกว้างเกินไป
detail หาคำสำคัญ (ชื่อ ตัวเลข วันที่) แล้ว scan ไปที่ประโยคนั้น เทียบความหมายที่ถูกเรียบเรียงใหม่ (paraphrase)
TRUE / NOT TRUE / NOT mentioned ตรวจทีละตัวเลือกกับบทอ่าน ขีดตัวที่พบออก
inference หาข้อสรุปที่บทอ่านไม่ได้พูดตรง ๆ แต่มีหลักฐานรองรับ ตัดตัวเลือกที่ขัดหรือเกินจากบทอ่าน
vocabulary in context แทนตัวเลือกลงในประโยคเดิม แล้วดูว่าความหมายยังเข้ากับบริบทหรือไม่
reference ย้อนไปดูคำนามที่อยู่ก่อนหน้าคำอ้างอิง และเช็กเอกพจน์หรือพหูพจน์ให้ตรงกัน

คำสัญญาณที่ช่วยจับใจความ

  • เพิ่มเติม: in addition, moreover, also, furthermore
  • ขัดแย้ง: however, but, although, despite, on the other hand
  • ผลลัพธ์: therefore, as a result, so, consequently
  • ยกตัวอย่าง: for example, for instance, such as
  • เงื่อนไข: if, unless, only if, provided that

ภาษาในประกาศและจดหมายที่พบบ่อย

Please be advised that (ขอแจ้งให้ทราบว่า), effective immediately (มีผลทันที), until further notice (จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง), in advance (ล่วงหน้า), walk-in (มาโดยไม่ได้นัด), eligible (มีสิทธิ์), priority will be given to (จะให้สิทธิ์ก่อนแก่), enclosed / attached (แนบมา), regarding (เกี่ยวกับ), at your earliest convenience (โดยเร็วที่สุดเท่าที่สะดวก), should you have any questions (หากมีข้อสงสัย), I am writing to (ข้าพเจ้าเขียนมาเพื่อ), Yours sincerely (ใช้เมื่อรู้ชื่อผู้รับ), Yours faithfully (ใช้กับ Dear Sir or Madam)

เทคนิค

  1. อ่านคำถามก่อน แล้วจึงอ่านบทอ่าน จะรู้ว่าต้องหาอะไร
  2. ข้อ main idea ทำทีหลังได้ เพราะหลังตอบข้อรายละเอียดแล้วจะเข้าใจภาพรวมมากขึ้น
  3. คำตอบที่ถูกมักใช้คำต่างจากบทอ่านแต่ความหมายเดียวกัน (paraphrase)
  4. ประโยค I am writing to... ในจดหมาย และ Subject ในอีเมล มักตอบข้อจุดประสงค์ได้ทันที

กับดัก

  • ตัวเลือกที่ลอกคำจากบทอ่านมาตรง ๆ แต่ผิดผู้กระทำหรือผิดเงื่อนไข
  • ตัวเลือกที่มีคำเด็ดขาด เช่น always, never, all, only มักผิด ถ้าบทอ่านไม่ได้พูดแบบนั้น
  • ตัวเลือกที่เป็นความจริงในโลก แต่บทอ่านไม่ได้กล่าวถึง
  • ตัวเลือก main idea ที่แคบเกินไป (รายละเอียดเดียว) หรือกว้างเกินไป

ตัวอย่าง

บทอ่าน: "Due to system maintenance, the online tax filing service will be unavailable from 10 p.m. on Saturday to 6 a.m. on Sunday. Taxpayers are advised to complete their submissions before the maintenance period begins."

What should taxpayers do?

  1. File their taxes after 10 p.m. on Saturday
  2. Finish submitting their forms before Saturday night
  3. Visit the tax office on Sunday morning
  4. Wait until next week to file their taxes

เฉลย: Finish submitting their forms before Saturday night เพราะประกาศแนะนำให้ complete their submissions before the maintenance period begins (ยื่นให้เสร็จก่อนช่วงปิดปรับปรุงซึ่งเริ่ม 22.00 น. วันเสาร์) ตัวเลือกแรกตรงกับช่วงที่ระบบปิด ตัวเลือกสามและสี่ไม่ได้กล่าวถึงในประกาศ

แผนฝึก

แผน 4 สัปดาห์ (วันละ 30 ถึง 45 นาที)

สัปดาห์ เป้าหมาย สิ่งที่ทำ
1 ปูพื้นไวยากรณ์ ทบทวน tense, subject-verb agreement, conditional, passive จากตารางด้านบน ทำข้อ grammar ในเว็บ จดกฎของทุกข้อที่ทำผิด
2 เพิ่มคลังคำศัพท์ จำศัพท์ราชการ phrasal verb และ collocation วันละ 15 ถึง 20 คำ ทำข้อ vocabulary ทบทวนคำเก่าทุกวันก่อนเริ่มคำใหม่
3 บทสนทนาและการอ่าน ท่องตารางวลีตามหน้าที่ภาษา ทำข้อ conversation และอ่านบทความหรือประกาศภาษาอังกฤษวันละ 1 บท ฝึกจับใจความใน 3 นาที
4 จำลองสนามสอบ ทำชุด 25 ข้อภายใน 25 ถึง 30 นาที วันเว้นวัน วิเคราะห์ข้อผิดว่าพลาดเพราะไม่รู้ศัพท์ ไม่รู้กฎ หรืออ่านไม่ละเอียด

การบริหารเวลาในห้องสอบ

  • ทำ Conversation, Vocabulary, Grammar ก่อน (ข้อละไม่เกิน 30 ถึง 40 วินาที) แล้วเก็บเวลาที่เหลือให้ Reading
  • Reading ใช้เวลาราว 6 ถึง 8 นาทีต่อบท (อ่านคำถามก่อน แล้ว scan หาคำตอบ)
  • ตั้งเป้าตอบถูก 15 ถึง 16 ข้อ เพื่อเผื่อพลาดจากเกณฑ์ขั้นต่ำ 13 ข้อ
  • ข้อที่ไม่แน่ใจให้ตัดตัวเลือกที่ผิดแน่ ๆ ก่อนแล้วเลือก ไม่ควรเว้นข้อว่าง (ไม่พบข้อมูลในแหล่งที่ค้นได้ว่ามีการหักคะแนนข้อผิด แต่ให้ตรวจคำชี้แจงของสนามสอบอีกครั้ง)
  • ถ้าสอบ e-Exam จะมีตัวจับเวลาบนจอตลอดการสอบ ควรฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาบนจอให้คุ้นก่อน

สิ่งที่ควรทำทุกครั้งหลังฝึก

  1. อ่านเฉลยทุกข้อ แม้ข้อที่ตอบถูก เพื่อดูว่าตัวลวงผิดเพราะอะไร
  2. จดกฎหรือวลีที่ทำผิดลงสมุดและทบทวนก่อนนอน
  3. ทำข้อเดิมซ้ำหลังผ่านไป 3 ถึง 7 วัน เพื่อเช็กว่าจำได้จริง

แหล่งอ้างอิง