พร้อมสอบ

ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

สรุปเนื้อหาสำหรับเตรียมสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ตรวจตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบัน ณ พฤศจิกายน 2569 ตัวเลขทุกตัวในเอกสารนี้อ้างมาตราไว้ให้ตรวจย้อนได้

ภาพรวม

โครงสร้างการสอบภาค ก. (ยืนยันจากประกาศสำนักงาน ก.พ.)

ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2569 (ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2568) ข้อ 6 และข้อ 7 กำหนดหลักสูตรและเกณฑ์ไว้ดังนี้ คะแนนเต็มรวม 200 คะแนน สอบข้อเขียน

วิชา คะแนนเต็ม เกณฑ์ผ่าน (ต่ำกว่า ป.ตรี และ ป.ตรี) เกณฑ์ผ่าน (ป.โท)
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (เชิงภาษา เชิงนามธรรม เชิงปริมาณ) 100 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65
ภาษาอังกฤษ 50 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 50 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 (30 คะแนน) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
  • ต้องผ่านเกณฑ์ทุกวิชา ไม่ได้ดูคะแนนรวม
  • เวลาสอบ: รอบ Paper & Pencil ปี 2569 สอบวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 ภาคเช้า 09.00–12.00 น. และภาคบ่าย 14.00–17.00 น. ผู้สมัครแต่ละคนสอบหนึ่งช่วง 3 ชั่วโมง (ตามข่าวประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ)
  • จำนวนข้อ: ประกาศรับสมัครไม่ได้ระบุจำนวนข้อ แหล่งติวหลายแห่งระบุตรงกันว่ารวม 100 ข้อ แบ่งเป็นคิดวิเคราะห์ 50 ข้อ อังกฤษ 25 ข้อ และข้าราชการที่ดี 25 ข้อ (ข้อละ 2 คะแนน) ถือเป็นข้อมูลไม่เป็นทางการ ถ้าใช้ตัวเลขนี้ เกณฑ์ผ่านวิชานี้คือตอบถูกอย่างน้อย 15 ข้อจาก 25 ข้อ
  • รอบ e-Exam ใช้หลักสูตรและเกณฑ์เดียวกัน แต่กำหนดวันสอบเป็นรอบ ๆ

ขอบเขตเนื้อหาที่ประกาศ

ประกาศรับสมัคร ข้อ 6.3 และหน้า "แนะนำการสอบ ภาค ก" ของ ocsc.go.th ระบุขอบเขตเป็นหัวเรื่อง ไม่ได้ระบุชื่อกฎหมาย ได้แก่ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และเจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ

เมื่อเทียบหัวเรื่องกับกฎหมายที่แหล่งติวใช้ตรงกัน จะได้รายการดังนี้

หัวเรื่องในประกาศ กฎหมายที่ใช้เตรียมสอบ ฉบับล่าสุดที่ตรวจพบ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขถึงฉบับที่ 8 พ.ศ. 2553
หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 แก้ไขถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562
หน้าที่และความรับผิด พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ไม่มีการแก้ไข
หน้าที่และความรับผิด ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 147–166 อัตราโทษแก้ไขเมื่อ พ.ศ. 2560
เจตคติและจริยธรรม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน (ประกาศ 20 พ.ค. 2564) ไม่มีการแก้ไข

ข้อควรรู้:

  • พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ไม่อยู่ในรายการที่แหล่งติวส่วนใหญ่ใช้ จึงไม่ได้แยกเป็นหัวข้อในชุดนี้
  • คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ..) เมื่อ 2 ธันวาคม 2568 และมีร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฉบับใหม่เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อต้นปี 2568 จนถึงพฤศจิกายน 2569 ยังไม่พบว่าประกาศใช้ ให้ตรวจราชกิจจานุเบกษาก่อนสอบทุกครั้ง

น้ำหนักที่แนะนำในการอ่าน

กฎหมายที่ออกบ่อยที่สุดคือระเบียบบริหาร วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และบ้านเมืองที่ดี รองลงมาคือละเมิดเจ้าหน้าที่และมาตรฐานจริยธรรม ส่วนประมวลกฎหมายอาญาและข้อสถานการณ์ออกน้อยกว่าแต่ทำคะแนนได้ง่าย คลังข้อสอบชุดนี้มี 60 ข้อ: admin 10, goodgov 9, adminproc 10, tort 8, ethics 8, penal 7, goodofficer 8

รูปแบบคำถามที่พบบ่อย

  1. ถามตัวเลข เช่น กี่วัน กี่ปี กี่คน กี่ประการ
  2. ถาม "ข้อใดไม่ใช่" หรือ "ข้อใดไม่ถูกต้อง" โดยใส่ตัวลวงที่ฟังดูดีแต่ไม่มีในตัวบท
  3. ถามว่าใครมีอำนาจ เช่น ใครแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ใครเป็นประธานคณะกรรมการ
  4. ถามรูปแบบกฎหมาย เช่น ต้องตราเป็น พ.ร.บ. พ.ร.ฎ. หรือกฎกระทรวง
  5. ให้สถานการณ์สั้นแล้วถามว่าเข้ามาตราใด หรือควรปฏิบัติอย่างไร

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

สาระสำคัญเรียงตามมาตราที่ออกบ่อย

  • มาตรา 3/1 การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ลดขั้นตอน ลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น กระจายภารกิจและทรัพยากรให้ท้องถิ่น กระจายอำนาจตัดสินใจ อำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน วรรคสี่ให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ได้ ซึ่งเป็นฐานของ พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546
  • มาตรา 4 แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
  • มาตรา 7 ส่วนกลาง ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี (มีฐานะเป็นกระทรวง) กระทรวงหรือทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทบวงที่สังกัดสำนักนายกฯ หรือกระทรวง และกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ทั้งหมดเป็นนิติบุคคล
  • มาตรา 8 ถึง 8 ฉ รูปแบบกฎหมายที่ใช้จัดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงส่วนราชการ (ดูตาราง)
  • มาตรา 11 อำนาจนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เช่น กำกับการบริหารราชการทั่วไป บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง วางระเบียบปฏิบัติราชการ (ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.)
  • มาตรา 18 กระทรวงแบ่งเป็น สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมีฐานะเป็นกรม
  • มาตรา 38–40 การมอบอำนาจ ต้องทำเป็นหนังสือ ผู้รับมอบมีหน้าที่ต้องรับ และผู้มอบยังต้องกำกับ ติดตาม และแนะนำหรือแก้ไขได้
  • มาตรา 41–50 การรักษาราชการแทน ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ที่ตนแทน (มาตรา 48) และหมวดนี้ไม่ใช้กับราชการทหาร (มาตรา 50)
  • มาตรา 51–52 ส่วนภูมิภาคมีจังหวัดและอำเภอ จังหวัดเป็นนิติบุคคล
  • มาตรา 53 คณะกรมการจังหวัด มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นกรมการและเลขานุการ
  • มาตรา 55/1 ก.ธ.จ. (ทุกจังหวัดยกเว้น กทม.) มีผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ ที่มีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน
  • มาตรา 56 ลำดับผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ
  • มาตรา 57 อำนาจผู้ว่าฯ รวมถึงกำกับดูแลราชการส่วนท้องถิ่น และบรรจุ แต่งตั้ง ลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคตามกฎหมาย
  • มาตรา 61, 61/2, 61/3 อำเภอ (ไม่เป็นนิติบุคคล) และงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
  • มาตรา 70 ส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด
  • มาตรา 71/1–71/10 ก.พ.ร. มีนายกฯ หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินสิบคน วาระสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ตารางรูปแบบกฎหมาย

การดำเนินการ รูปแบบ มาตรา
จัดตั้ง รวม หรือโอน กระทรวง ทบวง กรม (กรณีปกติ) พระราชบัญญัติ 8
รวมหรือโอนโดยไม่เพิ่มตำแหน่งหรืออัตรากำลัง พระราชกฤษฎีกา 8 ทวิ
เปลี่ยนชื่อส่วนราชการ พระราชกฤษฎีกา 8 ตรี
ยุบส่วนราชการ พระราชกฤษฎีกา 8 จัตวา
แบ่งส่วนราชการภายในกรม กฎกระทรวง 8 ฉ
ตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด พระราชบัญญัติ 52
ตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนเขตอำเภอ พระราชกฤษฎีกา 61
จำกัดหรือตัดทอนอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด พระราชบัญญัติ 58

ตารางผู้รักษาราชการแทน

ตำแหน่งที่ว่าง ผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีหลายคน ใครเลือก มาตรา
นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี 41
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการ คณะรัฐมนตรี 42
ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง 44
อธิบดี รองอธิบดี ปลัดกระทรวง 46
ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ → ผู้ช่วยผู้ว่าฯ → ปลัดจังหวัด → หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่อาวุโส ปลัดกระทรวง 56
นายอำเภอ (ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง) ปลัดอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอที่อาวุโส ผู้ว่าฯ แต่งตั้ง 64

ตัวเลขที่ต้องจำ

เรื่อง ตัวเลข มาตรา
ส่วนของการจัดระเบียบบริหารราชการ 3 ส่วน 4
ห้ามเพิ่มตำแหน่งหลังรวมหรือโอนด้วย พ.ร.ฎ. 3 ปี 8 ทวิ
หน่วยงานอื่นรับโอนข้าราชการเมื่อยุบส่วนราชการ ภายใน 30 วัน 8 จัตวา
ทุนทรัพย์ข้อพิพาททางแพ่งที่อำเภอไกล่เกลี่ยได้ ไม่เกิน 200,000 บาท (หรือมากกว่าตาม พ.ร.ฎ.) 61/2
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก.พ.ร. ไม่เกิน 10 คน วาระ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดกัน 71/1, 71/3

เทคนิคจำ

  • รูปแบบกฎหมาย: "ตั้ง = พ.ร.บ., ยุบหรือเปลี่ยนชื่อ = พ.ร.ฎ., แบ่งภายใน = กฎกระทรวง" แต่ระดับพื้นที่ "จังหวัด = พ.ร.บ., อำเภอ = พ.ร.ฎ."
  • รักษาราชการแทน: ถ้ามีรองหลายคน ผู้เลือกคือผู้บังคับบัญชาที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น

กับดัก

  • อำเภอไม่ใช่นิติบุคคล
  • ผู้ว่าฯ เป็นประธานคณะกรมการจังหวัด แต่ไม่ได้เป็นประธาน ก.ธ.จ.
  • มาตรา 3/1 เขียนว่า "กระจาย" อำนาจตัดสินใจ ไม่มีคำว่า "รวม" อำนาจ
  • ตัวบทยังคงคำว่า "สุขาภิบาล" ในมาตรา 70

ตัวอย่างสั้น

ถาม: การเปลี่ยนชื่อกรมต้องตราเป็นกฎหมายประเภทใด ตอบ: พระราชกฤษฎีกา (มาตรา 8 ตรี)

พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

โครงสร้าง: 7 เป้าหมาย (มาตรา 6) ตรงกับหมวด 2–8

เป้าหมาย (มาตรา 6) หมวด มาตราเด่น
(1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน หมวด 2 7, 8
(2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ หมวด 3 9–19
(3) มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า หมวด 4 20–26
(4) ไม่มีขั้นตอนเกินความจำเป็น หมวด 5 27–32
(5) ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ หมวด 6 33–36
(6) อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน หมวด 7 37–44
(7) ประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ หมวด 8 45–49

สาระสำคัญ

  • มาตรา 4 "ส่วนราชการ" ไม่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่มาตรา 52 ให้ อปท. จัดทำหลักเกณฑ์ของตนเอง อย่างน้อยต้องมีเรื่องลดขั้นตอน (หมวด 5) และอำนวยความสะดวก (หมวด 7) โดยกระทรวงมหาดไทยดูแลและช่วยเหลือ
  • มาตรา 7–8 ประโยชน์สุขของประชาชน ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภารกิจที่กระทบประชาชนต้องรับฟังความคิดเห็นหรือชี้แจง และหากพบปัญหาจากส่วนราชการอื่นให้แจ้งส่วนราชการนั้นและแจ้ง ก.พ.ร.
  • มาตรา 9 ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้า และติดตามประเมินผลตามมาตรฐานของ ก.พ.ร.
  • มาตรา 10 ภารกิจที่เกี่ยวกับหลายส่วนราชการให้บริหารแบบบูรณาการ
  • มาตรา 11 พัฒนาส่วนราชการเป็น "องค์การแห่งการเรียนรู้"
  • มาตรา 12 ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร (คำรับรองการปฏิบัติราชการ)
  • มาตรา 13–15 แผนการบริหารราชการแผ่นดินและแผนนิติบัญญัติ ถูกยกเลิกโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562
  • มาตรา 16 แผนปฏิบัติราชการเป็นแผนห้าปี (แก้ไขปี 2562 จากเดิมแผนสี่ปี) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการปฏิรูปประเทศ และทำแผนประจำปีเสนอรัฐมนตรี
  • มาตรา 21 บัญชีต้นทุนตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ถ้ารายจ่ายต่อหน่วยสูงกว่าส่วนราชการอื่นต้องทำแผนลดรายจ่าย
  • มาตรา 22 สศช. และสำนักงบประมาณประเมินความคุ้มค่า โดยรวมผลทางสังคมที่คำนวณเป็นเงินไม่ได้ด้วย
  • มาตรา 23 จัดซื้อจัดจ้างโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม ไม่จำเป็นต้องถือราคาต่ำสุดเสมอไป
  • มาตรา 24 การขออนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบระหว่างส่วนราชการต้องแจ้งผลภายใน 15 วัน ถ้าล่าช้าจนเสียหาย ให้ถือว่าผู้เกี่ยวข้องและหัวหน้าส่วนราชการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  • มาตรา 25 ส่วนราชการที่รับผิดชอบต้องวินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็ว มติคณะกรรมการผูกพันส่วนราชการที่มีผู้แทนเป็นกรรมการ แต่ไม่ผูกพันในปัญหาข้อกฎหมาย
  • มาตรา 26 การสั่งราชการโดยปกติทำเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าสั่งด้วยวาจา ผู้รับคำสั่งต้องบันทึกไว้และรายงานผู้สั่ง
  • มาตรา 27–32 กระจายอำนาจตัดสินใจ จัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลา ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (มาตรา 29 วรรคสอง เพิ่มปี 2562) และศูนย์บริการร่วม (ปลัดกระทรวงจัดในกระทรวง ผู้ว่าฯ และนายอำเภอจัดในพื้นที่)
  • มาตรา 33–36 ทบทวนภารกิจ ห้ามตั้งส่วนราชการที่ซ้ำกับที่ยุบไปแล้ว เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและ ก.พ.ร. เห็นชอบ และทบทวนกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  • มาตรา 37–42 กำหนดและประกาศระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน ตอบหนังสือภายใน 15 วัน มีระบบเครือข่ายสารสนเทศ และดำเนินการกับคำร้องเรียนโดยไม่เปิดเผยชื่อหรือที่อยู่ผู้ร้องเมื่อแจ้งผ่านระบบสารสนเทศ
  • มาตรา 43–44 การปฏิบัติราชการถือเป็นเรื่องเปิดเผย ปกปิดได้เท่าที่จำเป็นด้วยเหตุความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อย หรือสิทธิส่วนบุคคล และต้องเปิดเผยงบประมาณ แผนจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญา
  • มาตรา 45–49 มีคณะผู้ประเมินอิสระประเมินส่วนราชการ อาจประเมินผู้บังคับบัญชาได้แต่ต้องทำเป็นความลับ ประเมินข้าราชการตามผลงานเฉพาะตัว และให้เงินรางวัลหรือให้ใช้เงินเหลือจ่ายได้
  • มาตรา 53 องค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจต้องมีหลักเกณฑ์บ้านเมืองที่ดีตามแนวทางของ พ.ร.ฎ.

ตัวเลขที่ต้องจำ

เรื่อง ตัวเลข มาตรา
เป้าหมายบ้านเมืองที่ดี 7 ประการ 6
แผนปฏิบัติราชการ 5 ปี (เดิม 4 ปี, ช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปีสำหรับปีงบประมาณ 2563–2565) 16
ไม่มีข้อทักท้วงแผนลดรายจ่ายต่อหน่วย 15 วัน 21
แจ้งผลอนุญาตระหว่างส่วนราชการ 15 วัน 24
ตอบหนังสือสอบถาม 15 วัน (หรือตามเวลาที่ประกาศตามมาตรา 37) 38
ชี้แจงผู้ร้องเรียนเรื่องกฎที่เข้าใจผิด 15 วัน 42

เทคนิคจำ

  • ตัวเลขใน พ.ร.ฎ. นี้แทบทั้งหมดเป็น "15 วัน" ถ้าเห็นตัวเลือก 7 หรือ 30 วันในคำถาม พ.ร.ฎ. ให้สงสัยไว้ก่อน
  • "บัญชีต้นทุน คู่กับกรมบัญชีกลาง" และ "ศูนย์บริการร่วมในกระทรวง คู่กับปลัดกระทรวง"

กับดัก

  • แผนสี่ปีเป็นของฉบับเดิม ปัจจุบันเป็นแผนห้าปี
  • แผนการบริหารราชการแผ่นดินถูกยกเลิกแล้ว
  • การประเมินผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 46 ต้องทำเป็นความลับ ไม่ใช่เปิดเผย

ตัวอย่างสั้น

ถาม: ส่วนราชการได้รับหนังสือสอบถามจากประชาชน ต้องตอบภายในกี่วันหากไม่ได้ประกาศระยะเวลาไว้ ตอบ: 15 วัน (มาตรา 38)

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

สาระสำคัญเรียงตามมาตราที่ออกบ่อย

  • มาตรา 3 ถ้ากฎหมายเฉพาะมีหลักเกณฑ์ประกันความเป็นธรรมไม่ต่ำกว่า ให้ใช้กฎหมายเฉพาะ แต่ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ตามกฎหมายเฉพาะใช้บังคับเสมอ
  • มาตรา 4 ไม่ใช้บังคับกับรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี องค์กรตามรัฐธรรมนูญ งานนโยบายโดยตรงของนายกฯ หรือรัฐมนตรี การพิจารณาพิพากษาคดี การวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ การต่างประเทศ ราชการทหารเชิงยุทธการ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และองค์การทางศาสนา
  • มาตรา 5 นิยามคำสั่งทางปกครอง (เฉพาะราย) และกฎ (ใช้บังคับทั่วไป) "เจ้าหน้าที่" รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครอง แม้ไม่ได้อยู่ในระบบราชการ
  • มาตรา 13–16 ความไม่เป็นกลาง มาตรา 13 เป็นเหตุส่วนตัว (คู่กรณี คู่หมั้นหรือคู่สมรส ญาติ ตัวแทน เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ นายจ้าง) มาตรา 14 ให้หยุดพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง มาตรา 16 เป็นเหตุอื่นที่มีสภาพร้ายแรง และมาตรา 18 ยกเว้นกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่มีผู้อื่นทำแทน
  • มาตรา 22 ผู้มีความสามารถกระทำการ ได้แก่ ผู้บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่กฎหมายเฉพาะให้มีความสามารถ และนิติบุคคลโดยผู้แทน
  • มาตรา 25 คำขอที่ลงชื่อร่วมกันเกิน 50 คน ให้ถือว่าผู้ที่ระบุเป็นตัวแทนร่วม
  • มาตรา 26 เอกสารต้องเป็นภาษาไทย หรือมีคำแปลที่รับรองแล้ว
  • มาตรา 27 แจ้งสิทธิและหน้าที่ และแจ้งเอกสารที่ไม่ครบภายใน 7 วันเป็นหนังสือ (แก้ไข 2557)
  • มาตรา 30 คู่กรณีมีสิทธิได้รับฟังก่อนออกคำสั่ง ยกเว้น 6 กรณีที่บัญญัติไว้
  • มาตรา 31–32 สิทธิตรวจดูเอกสาร ยกเว้นต้นร่างคำวินิจฉัยและเรื่องที่ต้องรักษาความลับ
  • มาตรา 34–37 คำสั่งทำด้วยหนังสือ วาจา หรือรูปแบบอื่นได้ คำสั่งวาจาต้องยืนยันเป็นหนังสือถ้าร้องขอภายใน 7 วัน คำสั่งที่เป็นหนังสือต้องมีเหตุผล (ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อพิจารณาในการใช้ดุลพินิจ) เว้นแต่กรณียกเว้น
  • มาตรา 39/1 ออกคำสั่งเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอและเอกสารครบ (เพิ่ม 2557)
  • มาตรา 40 ต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์ ถ้าไม่แจ้งเลย ระยะเวลาอุทธรณ์ขยายเป็น 1 ปี
  • มาตรา 41 ข้อบกพร่องที่แก้ไขภายหลังได้ เช่น ให้เหตุผลภายหลัง หรือรับฟังคู่กรณีให้สมบูรณ์ภายหลัง ต้องทำก่อนสิ้นสุดกระบวนการอุทธรณ์
  • มาตรา 42 คำสั่งมีผลตั้งแต่ผู้นั้นได้รับแจ้ง
  • มาตรา 44–46 อุทธรณ์ภายใน 15 วัน ยื่นต่อผู้ทำคำสั่ง ผู้ทำคำสั่งพิจารณาภายใน 30 วัน ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาภายใน 30 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน การอุทธรณ์ไม่ทุเลาการบังคับ ผู้พิจารณาอุทธรณ์ทบทวนได้ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเหมาะสม
  • มาตรา 48 โต้แย้งคำสั่งคณะกรรมการต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภายใน 90 วัน ถูกยกเลิกโดยผลของมาตรา 87 เมื่อตั้งศาลปกครองแล้ว
  • มาตรา 49–53 การเพิกถอนคำสั่ง คำสั่งที่ให้ประโยชน์ต้องเพิกถอนภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุ (เว้นแต่ผู้รับคำสั่งไม่สุจริต) ให้คุ้มครองความเชื่อโดยสุจริต และขอค่าทดแทนได้ภายใน 180 วัน (มาตรา 52)
  • มาตรา 54 ขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุ
  • หมวด 2/1 มาตรา 63/1–63/25 การบังคับทางปกครอง (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 แทนมาตรา 55–63 เดิม) ไม่ใช้กับหน่วยงานของรัฐด้วยกัน ถ้าเป็นคำสั่งให้ชำระเงิน ต้องเตือนให้ชำระภายในไม่น้อยกว่า 7 วัน แล้วยึดหรืออายัดได้ภายใน 10 ปีนับแต่คำสั่งเป็นที่สุด ถ้าเป็นคำสั่งให้กระทำหรือละเว้นกระทำ เจ้าหน้าที่อาจทำแทนโดยคิดเงินเพิ่มร้อยละ 25 ต่อปี หรือปรับบังคับการไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน โดยต้องมีคำเตือนเป็นหนังสือก่อน
  • มาตรา 64–67 การนับระยะเวลา ไม่นับวันแรก ถ้าวันสุดท้ายเป็นวันหยุดให้เลื่อนไปวันทำงานถัดไป (กรณีบุคคลต้องทำการ) ขอขยายเวลาเพราะพฤติการณ์จำเป็นภายใน 15 วันนับแต่พฤติการณ์สิ้นสุด และอายุความสะดุดหยุดระหว่างอุทธรณ์
  • มาตรา 69–74 การแจ้ง

ตัวเลขที่ต้องจำ

เรื่อง ตัวเลข มาตรา
ญาติที่ทำให้พิจารณาไม่ได้ พี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องภายใน 3 ชั้น, ญาติทางแต่งงาน 2 ชั้น 13
ลงชื่อร่วมกันจนถือว่ามีตัวแทนร่วม เกิน 50 คน 25
แจ้งเอกสารไม่ครบ ทันทีหรือไม่เกิน 7 วัน 27
ร้องขอให้ยืนยันคำสั่งวาจาเป็นหนังสือ ภายใน 7 วัน 35
ออกคำสั่งเมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดเวลา 30 วันนับแต่เอกสารครบ 39/1
ไม่แจ้งสิทธิอุทธรณ์ ขยายเป็น 1 ปี 40
อุทธรณ์ 15 วัน 44
พิจารณาอุทธรณ์ 30 + 30 วัน และขยายได้อีก 30 วัน 45
เพิกถอนคำสั่งที่ให้ประโยชน์ 90 วันนับแต่รู้เหตุ 49
ขอค่าทดแทนเมื่อถูกเพิกถอน 180 วัน 52
ขอให้พิจารณาใหม่ 90 วันนับแต่รู้เหตุ 54
เตือนให้ชำระเงินก่อนยึดหรืออายัด ไม่น้อยกว่า 7 วัน 63/7
ยึดหรืออายัดทรัพย์ ภายใน 10 ปี 63/8
ค่าปรับบังคับการ ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน 63/21
เงินเพิ่มกรณีเจ้าหน้าที่ทำแทน ร้อยละ 25 ต่อปี 63/21
ขอขยายระยะเวลาเพราะพฤติการณ์จำเป็น ภายใน 15 วัน 66
แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ ในประเทศ 7 วัน, ต่างประเทศ 15 วัน 71
ปิดประกาศเมื่อผู้รับเกิน 50 คน ถือว่ารับแจ้งเมื่อพ้น 15 วัน 72
ลงหนังสือพิมพ์ (ไม่รู้ตัวหรือไม่รู้ภูมิลำเนา หรือผู้รับเกิน 100 คน) 15 วัน 73

เทคนิคจำ

  • "7 แจ้ง, 15 อุทธรณ์, 30 พิจารณา, 90 เพิกถอน, 1 ปีถ้าไม่บอกสิทธิ"
  • คำสั่งทางปกครองคือเรื่องเฉพาะราย ส่วนกฎคือเรื่องทั่วไป

กับดัก

  • อุทธรณ์ต้องยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ไม่ใช่ยื่นตรงต่อผู้บังคับบัญชา
  • มาตรา 39/1 นับจากวันที่เอกสาร "ครบ" ไม่ใช่วันยื่นคำขอ
  • ค่าปรับบังคับการ 50,000 บาทต่อวันเป็นตัวเลขหลังแก้ไขปี 2562
  • มาตรา 30 ไม่มีข้อยกเว้นว่าเจ้าหน้าที่คิดว่าคู่กรณีคงไม่โต้แย้ง

ตัวอย่างสั้น

ถาม: คำสั่งทางปกครองที่ไม่ระบุสิทธิอุทธรณ์ และไม่มีการแจ้งในภายหลัง จะอุทธรณ์ได้ภายในเมื่อใด ตอบ: ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง (มาตรา 40)

พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ฉบับนี้มีเพียง 15 มาตรา และยังไม่มีการแก้ไข สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทำ "รวมกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่" ฉบับกุมภาพันธ์ 2567 ยังใช้ฉบับ พ.ศ. 2539 เดิม

สาระสำคัญ

  • มาตรา 4 "เจ้าหน้าที่" ได้แก่ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่น รวมถึงกรรมการ "หน่วยงานของรัฐ" ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งโดย พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ฎ. และหน่วยงานอื่นที่ พ.ร.ฎ. กำหนด
  • มาตรา 5 ละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐรับผิด ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานได้โดยตรง แต่ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีต้นสังกัด กระทรวงการคลังรับผิด
  • มาตรา 6 ละเมิดนอกหน้าที่ เจ้าหน้าที่รับผิดเป็นการเฉพาะตัว ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่ได้ แต่ฟ้องหน่วยงานไม่ได้
  • มาตรา 7 ขอให้ศาลเรียกอีกฝ่ายเข้ามาในคดีได้ ถ้าศาลยกฟ้องเพราะฟ้องผิดตัว อายุความฟ้องผู้ที่ต้องรับผิดขยายไปถึง 6 เดือนนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด
  • มาตรา 8 หน่วยงานไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ได้เฉพาะกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ต้องให้ชดใช้เต็มจำนวน ให้หักส่วนที่เกิดจากความบกพร่องของหน่วยงานหรือระบบ และไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน
  • มาตรา 9 อายุความไล่เบี้ย 1 ปีนับแต่วันที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
  • มาตรา 10 ละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ถ้าในหน้าที่ใช้หลักมาตรา 8 ถ้านอกหน้าที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อายุความ 2 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ กรณีกระทรวงการคลังเห็นต่าง อายุความ 1 ปีนับแต่หน่วยงานมีคำสั่งตามความเห็นนั้น
  • มาตรา 11 ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อหน่วยงานได้ หน่วยงานต้องพิจารณาภายใน 180 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 180 วันโดยรัฐมนตรีอนุมัติ ถ้าไม่พอใจผล ร้องทุกข์ได้ภายใน 90 วัน (ปัจจุบันถือเป็นสิทธิฟ้องศาลปกครองตามมาตรา 14)
  • มาตรา 12 หน่วยงานออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชำระเงินได้เอง
  • มาตรา 13 คณะรัฐมนตรีวางระเบียบให้ผ่อนชำระได้

ตัวเลขที่ต้องจำ

เรื่อง ตัวเลข มาตรา
ขยายอายุความเมื่อศาลยกฟ้องเพราะฟ้องผิดตัว 6 เดือน 7
ไล่เบี้ยหลังจ่ายค่าสินไหม 1 ปี 9
เจ้าหน้าที่ละเมิดต่อหน่วยงาน 2 ปี (หรือ 1 ปีเมื่อคลังเห็นต่าง) 10
หน่วยงานพิจารณาคำขอของผู้เสียหาย 180 + 180 วัน 11
ผู้เสียหายโต้แย้งผลการพิจารณา 90 วัน 11

เทคนิคจำ

  • "ในหน้าที่ฟ้องหน่วยงาน นอกหน้าที่ฟ้องคน"
  • "ไล่เบี้ยได้เฉพาะจงใจหรือประมาทร้ายแรง ไม่ใช้ลูกหนี้ร่วม"
  • อายุความ "6 เดือน, 1 ปี, 2 ปี" ตามลำดับมาตรา 7, 9, 10

กับดัก

  • ประมาทเลินเล่อธรรมดาไล่เบี้ยไม่ได้
  • ไม่มีหลักให้ชดใช้ครึ่งหนึ่งหรือเต็มจำนวนเสมอ
  • เจ้าหน้าที่ไม่มีต้นสังกัด ให้กระทรวงการคลังรับผิด ไม่ใช่สำนักนายกรัฐมนตรี

ตัวอย่างสั้น

ถาม: หน่วยงานจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายแล้ว ต้องไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ภายในเมื่อใด ตอบ: 1 ปีนับแต่วันที่ใช้ค่าสินไหมทดแทน (มาตรา 9)

ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (มาตรา 147–166)

อัตราโทษส่วนใหญ่แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 ข้อสอบมักถามว่าการกระทำในสถานการณ์เข้ามาตราใด มากกว่าถามตัวเลขโทษ

มาตรา ฐานความผิด (องค์ประกอบหลัก) โทษโดยย่อ
147 เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นโดยทุจริต จำคุก 5–20 ปีหรือตลอดชีวิต และปรับ
148 ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจให้มอบทรัพย์สินหรือประโยชน์ ถึงประหารชีวิต
149 เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่ง ไม่ว่าชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ถึงประหารชีวิต
151 ผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ ใช้อำนาจโดยทุจริตจนรัฐหรือเจ้าของทรัพย์เสียหาย จำคุก 5–20 ปีหรือตลอดชีวิต และปรับ
152 ผู้มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการ เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่น จำคุก 1–10 ปี และปรับ
157 ปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ผู้อื่นเสียหาย หรือโดยทุจริต จำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
161 ผู้มีหน้าที่ทำหรือดูแลเอกสาร ปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสจากหน้าที่ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับ
162 ผู้มีหน้าที่ทำเอกสาร รับรองข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เช่น รับรองว่าตนได้ทำการบางอย่าง หรือไม่จดข้อความที่ต้องจด จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับ
164 ทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับในราชการโดยมิชอบด้วยหน้าที่ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
165 ผู้มีหน้าที่บังคับการตามกฎหมาย ป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ
166 ร่วมกันละทิ้งงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อให้งานหยุดชะงักหรือเสียหาย จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ (หนักขึ้นถ้าเพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือบังคับรัฐบาล)

เทคนิคจำ

  • 147 ยักยอก, 148 ข่มขืนใจ, 149 สินบน, 152 มีส่วนได้เสีย, 157 บทครอบจักรวาล, 161 ปลอม, 162 เท็จ, 164 ความลับ, 166 ละทิ้งงานห้าคน
  • ความผิดที่มีโทษถึงประหารชีวิตคือ 148 และ 149

กับดัก

  • มาตรา 149 ผิดตั้งแต่ "เรียก" แม้ยังไม่ได้รับเงิน และแม้งานนั้นจะชอบด้วยหน้าที่
  • มาตรา 161 คือการปลอมเอกสาร แต่มาตรา 162 คือการรับรองข้อความเท็จในเอกสารที่ตนมีหน้าที่ทำ

ตัวอย่างสั้น

ถาม: เจ้าพนักงานจัดซื้อแอบถือหุ้นในบริษัทคู่สัญญาของหน่วยงาน เข้ามาตราใด ตอบ: มาตรา 152

พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

สาระสำคัญของ พ.ร.บ.

  • มาตรา 3 "หน่วยงานของรัฐ" ไม่รวมหน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ "องค์กรกลางบริหารงานบุคคล" ได้แก่ ก.พ., ก.พ.อ., ก.ค.ศ., ก.ตร., คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐในฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
  • มาตรา 5 มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ
    1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    2. ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่
    3. กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
    4. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ
    5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
    6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
    7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
  • มาตรา 6 องค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรม ถ้าไม่มีองค์กรกลาง ให้คณะรัฐมนตรีจัดทำสำหรับข้าราชการการเมือง สภากลาโหมสำหรับทหาร สคร. สำหรับรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนสำหรับองค์การมหาชน หน่วยงานอาจทำข้อกำหนดจริยธรรมเพิ่มเติมได้
  • มาตรา 7 ศาล อัยการ องค์กรอิสระ และหน่วยงานธุรการของรัฐสภา นำมาตรฐานตามมาตรา 5 ไปใช้จัดทำประมวลจริยธรรมของตน
  • มาตรา 8–12 ก.ม.จ. มีนายกฯ หรือรองนายกฯ เป็นประธาน ผู้แทน ก.พ. เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 5 คน (อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี) วาระ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ สำนักงาน ก.พ. ทำงานธุรการ
  • มาตรา 13–14 อำนาจหน้าที่ของ ก.ม.จ. เช่น เสนอแนะนโยบาย กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำประมวลจริยธรรม ตรวจรายงานประจำปี และตีความกฎหมายนี้
  • มาตรา 15 ทบทวนมาตรฐานทางจริยธรรมทุก 5 ปี
  • มาตรา 16 องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการที่มีอยู่
  • มาตรา 19 หน่วยงานต้องมีผู้รับผิดชอบงานจริยธรรม ส่งเสริมและฝึกอบรม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ และทำรายงานประจำปีเสนอ ก.ม.จ. ผ่านองค์กรกลาง
  • มาตรา 20 องค์กรกลางกำกับกระบวนการรักษาจริยธรรมและกำหนดมาตรการกับผู้ฝ่าฝืนได้

ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน (ก.พ. ประกาศ ราชกิจจานุเบกษา 20 พ.ค. 2564)

  • ข้อ 2 ขยายความมาตรฐาน 7 ประการ เช่น
    • (2) โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
    • (3) กล้าคัดค้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และกล้ารายงานการทุจริต
    • (4) ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และแยกเรื่องส่วนตัวออกจากงาน
    • (5) ใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่า ให้บริการด้วยความเต็มใจ
    • (6) เป็นกลางทางการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ
    • (7) สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน และใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • ข้อ 3 ผู้มีจรรยาวิชาชีพต้องรักษาทั้งประมวลจริยธรรมนี้และจรรยาวิชาชีพ
  • ข้อ 5 กรรมการ พนักงานราชการ พนักงาน และลูกจ้างต้องยึดถือด้วย

ตัวเลขที่ต้องจำ

เรื่อง ตัวเลข มาตรา
มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ 5
กรรมการโดยตำแหน่ง / ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน / ไม่เกิน 5 คน 8
อายุขั้นต่ำของผู้ทรงคุณวุฒิ 45 ปี 9
วาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดกัน 10
ทบทวนมาตรฐาน ทุก 5 ปี 15

เทคนิคจำ

  • 7 ประการตามลำดับ: "สถาบัน, สุจริต, กล้า, ส่วนรวม, ผลสัมฤทธิ์, เป็นธรรม, แบบอย่าง"
  • ก.ม.จ. "นายกฯ นั่งหัว เลขาธิการ ก.พ. จดบันทึก"

กับดัก

  • "รักษาความลับราชการ" "ประหยัด" และ "ตรงต่อเวลา" ไม่ได้เป็นข้อในมาตรา 5
  • ศาล อัยการ และองค์กรอิสระไม่ใช่หน่วยงานของรัฐตามมาตรา 3
  • ผู้จัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนคือ ก.พ. ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี

ตัวอย่างสั้น

ถาม: ก.ม.จ. ต้องทบทวนมาตรฐานทางจริยธรรมทุกกี่ปี ตอบ: 5 ปี (มาตรา 15)

ลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

ข้อสอบสถานการณ์ให้เลือกการกระทำที่เหมาะสมที่สุด ให้ใช้หลักต่อไปนี้ตามลำดับ

  1. ถูกกฎหมายก่อน ตัวเลือกที่ผิดกฎหมายหรือข้ามขั้นตอน ตัดทิ้งทันที แม้จะดูมีน้ำใจ
  2. ประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช้ของ ข้อมูล หรือตำแหน่งราชการเพื่อตนเอง ญาติ หรือเพื่อน (มาตรฐาน มาตรา 5 (4), ประมวลจริยธรรม ข้อ 2 (4))
  3. ผลประโยชน์ทับซ้อน ให้เปิดเผย ถอนตัวจากการพิจารณา และให้ผู้อื่นตัดสินแทน (หลักเดียวกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 13–16)
  4. ของขวัญหรือสิ่งตอบแทนเพราะหน้าที่ ให้ปฏิเสธอย่างสุภาพ
  5. ประชาชนเป็นศูนย์กลาง บริการด้วยความสุภาพ ตรวจและแนะนำเอกสาร แจ้งสิ่งที่ขาดเป็นหนังสือ และชี้แจงระยะเวลาที่ประกาศไว้ (พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 27, พ.ร.ฎ. มาตรา 8, 37)
  6. คำสั่งที่ผิดระเบียบ ให้ทักท้วง เสนอแนวทางที่ถูกต้อง และบันทึกคำสั่ง ไม่ปฏิบัติในส่วนที่ผิด (ประมวลจริยธรรม ข้อ 2 (3), พ.ร.ฎ. มาตรา 26)
  7. ข้อร้องเรียน ให้ดำเนินการให้ลุล่วง แจ้งผล และคุ้มครองตัวผู้ร้อง (พ.ร.ฎ. มาตรา 41)
  8. เป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้ตำแหน่งหรือทรัพยากรราชการช่วยฝ่ายใด (ประมวลจริยธรรม ข้อ 2 (6))

ตัวเลือกที่มักผิด:

  • ตัวเลือกที่สุดโต่ง เช่น ลาออกทันที หรือแจ้งสื่อเป็นอันดับแรก
  • ตัวเลือกที่ทำผิดเพื่อแก้ผิด เช่น ให้คะแนนญาติต่ำกว่าจริง
  • ตัวเลือกที่ปกปิด เช่น ทำแต่ไม่บันทึก หรือบอกด้วยวาจาเพื่อไม่ให้มีหลักฐาน
  • ตัวเลือกที่ใช้อารมณ์หรือลงโทษประชาชน

ตัวอย่างสั้น: กรรมการตรวจรับพบว่าผู้รับจ้างเป็นบริษัทของน้องชาย สิ่งที่ควรทำคือแจ้งผู้บังคับบัญชาและขอถอนตัวจากการพิจารณา

แผนฝึก

แผนสำหรับ 2 สัปดาห์ วันละประมาณ 1 ชั่วโมง

วัน เนื้อหา กิจกรรม
1–2 ระเบียบบริหาร ท่องตารางรูปแบบกฎหมายและตารางผู้รักษาราชการแทน ทำโจทย์ admin
3–4 วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เขียนตารางตัวเลขจากความจำจนได้ครบ ทำโจทย์ adminproc
5 บ้านเมืองที่ดี จับคู่ 7 เป้าหมายกับหมวด จำมาตราที่เป็น 15 วัน ทำโจทย์ goodgov
6 ละเมิดเจ้าหน้าที่ อ่านตัวบททั้ง 15 มาตรา ทำโจทย์ tort
7 จริยธรรม และประมวลกฎหมายอาญา ท่องมาตรฐาน 7 ข้อและตารางมาตรา 147–166 ทำโจทย์ ethics และ penal
8 สถานการณ์ ทำโจทย์ goodofficer ฝึกตัดตัวเลือกด้วยหลัก 8 ข้อ
9–10 ทบทวนข้อที่ผิด ทำซ้ำเฉพาะข้อที่ผิด อ่านเฉลยและมาตราที่อ้าง
11–13 จับเวลา สุ่ม 25 ข้อต่อชุด ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เป้าหมาย 18 ข้อขึ้นไป
14 ก่อนสอบ ทบทวนเฉพาะตารางตัวเลขและกับดัก

เกณฑ์ผ่านคือ 60% แต่ควรตั้งเป้าในการฝึกไว้ 75% เพื่อเผื่อความคลาดเคลื่อน

แหล่งอ้างอิง

ประกาศและข้อมูลการสอบ:

ตัวบทกฎหมาย:

แหล่งทางการที่ควรตรวจซ้ำก่อนสอบ: https://www.krisdika.go.th · https://ratchakitcha.soc.go.th · https://www.opdc.go.th · https://www.nacc.go.th