พร้อมสอบ

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์: ภาษาและเหตุผล

ภาพรวม

การสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ใช้หลักสูตรที่ปรับปรุงตั้งแต่ปี 2563 วิชาแรกคือ "วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์" คะแนนเต็ม 100 คะแนน ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา (อ่าน จับใจความ สรุปความ ตีความ และใช้ภาษา) การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรมหรือเหตุผล (หาความสัมพันธ์ของคำและข้อความ สรุปเหตุผลจากเงื่อนไขและสัญลักษณ์) และการคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ (คำนวณ) เอกสารนี้สรุปเฉพาะสองด้านแรก ส่วนการคำนวณแยกไว้อีกเอกสารหนึ่ง

หัวข้อที่ออกสอบในส่วนภาษาและเหตุผลแบ่งได้ 5 กลุ่ม

หัวข้อ สิ่งที่วัด ลักษณะคำถามที่พบบ่อย
ความเข้าใจภาษา อ่านจับใจความ อนุมาน ตีความ ใจความสำคัญ, ข้อใดไม่ได้กล่าวไว้, จุดประสงค์/ทัศนะผู้เขียน, ข้อใดสรุปได้
การใช้ภาษา ความถูกต้องและความสละสลวย เรียงข้อความ, ประโยคผิด/กำกวม/ฟุ่มเฟือย, เติมคำ
อุปมาอุปไมย ความสัมพันธ์ของคำ ก : ข :: ค : ?, เลือกคู่ที่สัมพันธ์แบบเดียวกัน
เงื่อนไขสัญลักษณ์ ตรรกะเชิงอสมการ เงื่อนไข + ข้อสรุป 2 ข้อ ตอบด้วยตัวเลือกมาตรฐาน
เงื่อนไขทางภาษา ตรรกะจากข้อความ จัดลำดับ/ตำแหน่ง, ทุก/บาง/ไม่มี, ถ้า...แล้ว ตอบด้วยตัวเลือกมาตรฐาน

ตัวเลือกมาตรฐานของเงื่อนไขสัญลักษณ์และเงื่อนไขทางภาษา

ตั้งแต่หลักสูตรปี 2563 ข้อสอบทั้งสองหัวข้อนี้ใช้ตัวเลือกชุดเดียวกันทุกข้อ (ในข้อสอบจริงเป็นหมายเลข 1-4 ในเว็บนี้แสดงเป็น ก-ง)

  1. ข้อสรุปทั้งสองเป็นจริงตามเงื่อนไข
  2. ข้อสรุปทั้งสองไม่เป็นจริงตามเงื่อนไข
  3. ข้อสรุปทั้งสองสรุปไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นจริงหรือไม่
  4. ข้อสรุปทั้งสองมีผลไม่ตรงกัน (ข้อหนึ่งเป็นจริง ไม่เป็นจริง หรือไม่แน่ชัด ต่างจากอีกข้อหนึ่ง)

ดังนั้นทุกข้อต้องตัดสินข้อสรุปแต่ละข้อแยกกันเป็น "จริง / ไม่จริง / ไม่แน่ชัด" ก่อน แล้วค่อยนำผลสองข้อมาจับคู่กับตัวเลือก ตัวเลือกที่ 4 ครอบคลุมทุกกรณีที่ผลไม่เหมือนกัน คือ จริง-ไม่จริง จริง-ไม่แน่ชัด และไม่จริง-ไม่แน่ชัด

นิยามที่ต้องจำให้แม่น

  • จริง = ข้อสรุปเป็นจริงในทุกกรณีที่เงื่อนไขยอมให้เกิดได้
  • ไม่จริง = ข้อสรุปเป็นเท็จในทุกกรณี หรือขัดกับเงื่อนไขโดยตรง
  • ไม่แน่ชัด = มีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่จริง และอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่ไม่จริง

ความเข้าใจภาษา

หลักคิด

ตอบจากข้อมูลในบทความเท่านั้น ห้ามใช้ความรู้รอบตัวเติม บทความใน ก.พ. มีทั้งข้อความสั้น 3-5 บรรทัด และบทความยาวที่ใช้ถามได้ 2-3 ข้อ คำถามแต่ละแบบต้องการระดับการอ่านต่างกัน

ประเภทคำถาม สิ่งที่ต้องหา
ใจความสำคัญ / ข้อความนี้เน้นเรื่องใด สาระที่ครอบคลุมทุกย่อหน้า
ข้อใดไม่ได้กล่าวไว้ / ไม่สอดคล้อง ตัวเลือกที่ไม่มีในบทความ หรือขัดกับบทความ
ข้อใดสรุปได้ / อนุมานได้ ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับในบทความ โดยไม่ขยายเกิน
จุดประสงค์ของผู้เขียน สิ่งที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านรู้ คิด หรือทำ
ทัศนะ / น้ำเสียงของผู้เขียน ท่าทีต่อเรื่องที่เขียน เช่น สนับสนุน ตั้งข้อสังเกต วิจารณ์
ความหมายของคำหรือวลี ความหมายตามบริบท ไม่ใช่ตามพจนานุกรม

เทคนิคทำเร็ว

  1. อ่านคำถามก่อนอ่านบทความ เพื่อรู้ว่ากำลังหาอะไร
  2. ใจความสำคัญมักอยู่ต้นย่อหน้าหรือท้ายย่อหน้า โดยเฉพาะประโยคที่มีคำว่า "จึง" "ดังนั้น" "สรุปได้ว่า" "สิ่งสำคัญคือ"
  3. โครงสร้าง "ไม่ใช่...แต่..." หรือ "หลายคนเชื่อว่า...แต่..." ส่วนหลังคือความเห็นของผู้เขียน
  4. ข้อ "ไม่ได้กล่าวไว้" ให้ไล่จับคำสำคัญของแต่ละตัวเลือกกลับไปหาในบทความทีละข้อ
  5. ข้อทัศนะ ให้ดูคำแสดงท่าที เช่น แต่ กลับ บางที อาจ น่าเสียดาย ถ้ามีทั้งด้านบวกและด้านที่ห่วงใย คำตอบมักเป็น "ยอมรับแต่ตั้งข้อสังเกต" ไม่ใช่สุดขั้ว

กับดักพบบ่อย

  • ตัวเลือกที่เป็นรายละเอียด ถูกต้องตามบทความ แต่ไม่ใช่ใจความสำคัญ
  • คำบอกขอบเขตถูกเปลี่ยน บทความว่า "บางแห่ง" แต่ตัวเลือกว่า "ทุกแห่ง" หรือบทความว่า "มากกว่าหลายประเภท" แต่ตัวเลือกว่า "อีกฝ่ายไม่มีเลย"
  • จริงในชีวิตจริงแต่ไม่อยู่ในบทความ ข้อ "ไม่ได้กล่าวไว้" มักซ่อนตัวเลือกแบบนี้
  • ถูกครึ่งเดียว เช่น บทความบอกว่าวิธีหนึ่งให้ผลดีกว่าในปีที่เลวร้าย แต่ตัวเลือกบอกว่าดีกว่า "ทุกปี"
  • หยิบคำจากบทความไปใช้ผิดบริบท เช่น ตัวเลข ระยะเวลา หรือชื่อที่ปรากฏในบทความ แต่ตัวเลือกนำไปผูกกับเรื่องอื่น

ตัวอย่าง

ข้อความ: "ร้านค้าปลีกหลายแห่งเริ่มเลิกแจกถุงพลาสติก ช่วงแรกลูกค้าบางส่วนไม่พอใจ แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งปี ลูกค้าส่วนใหญ่พกถุงผ้ามาเองจนเป็นเรื่องปกติ" ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

  • ก. ลูกค้าทุกคนต่อต้านการเลิกแจกถุงพลาสติก
  • ข. พฤติกรรมของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไป
  • ค. ถุงผ้ามีราคาถูกกว่าถุงพลาสติก
  • ง. ร้านค้าปลีกทุกแห่งเลิกแจกถุงพลาสติกแล้ว

เฉลย ข เพราะข้อความแสดงว่าพฤติกรรมเปลี่ยนจากไม่พอใจเป็นพกถุงผ้าจนเป็นเรื่องปกติ ตัวเลือก ก และ ง ใช้คำว่า "ทุก" เกินจากข้อความ ส่วน ค ไม่มีข้อมูลเรื่องราคา

การใช้ภาษา

หลักคิด

วัดว่ารู้จักใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นลำดับ แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ การเรียงข้อความ การตรวจประโยคที่ใช้ภาษาไม่เหมาะสม และการเติมคำ

รูปแบบที่พบบ่อย

  1. เรียงข้อความ โจทย์ให้ข้อความ 4-5 ส่วน (ก ข ค ง จ) ให้เลือกลำดับที่ถูก หรือถามว่าข้อความใดอยู่ลำดับที่ 2, 3 หรือสุดท้าย
  2. ประโยคที่ใช้ภาษาไม่เหมาะสม ที่ออกบ่อยได้แก่
    • ใช้คำผิดความหมาย: มาตรฐาน/มาตรการ, อนุมัติ/อนุญาต, ผลกระทบ/ผลประโยชน์
    • ใช้คำฟุ่มเฟือย: อนาคตข้างหน้า, อดีตที่ผ่านมา, ทำการ + กริยา, มีการ + กริยา, กลับคืนมาอีกครั้ง
    • วางส่วนขยายผิดที่: "แม่ซื้อเสื้อให้น้องสีแดง" ควรเป็น "แม่ซื้อเสื้อสีแดงให้น้อง"
    • กำกวม: "แม่รักน้องมากกว่าพ่อ" (แม่รักน้องมากกว่ารักพ่อ หรือแม่รักน้องมากกว่าที่พ่อรักน้อง)
    • สำนวนแปลจากภาษาต่างประเทศ: ใช้ "ถูก...โดย..." กับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องไม่พึงประสงค์ เช่น "อาคารถูกออกแบบโดย..." ควรเป็น "...เป็นผู้ออกแบบอาคาร"
  3. เติมคำ ทั้งคำเชื่อม (แต่ จึง เพราะ แม้ ดังนั้น) และคำที่ความหมายใกล้กัน แบบหนึ่งช่องหรือหลายช่อง

เทคนิคทำเร็ว

  • เรียงข้อความ: หาประโยคเปิดก่อน คือประโยคที่ใจความกว้างและไม่มีคำเชื่อมหรือคำอ้างถึงนำหน้า แล้วหาประโยคปิด ซึ่งมักขึ้นต้นด้วย ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ จึง ทั้งหมดนี้ จากนั้นจับคู่ส่วนที่ต้องมาด้วยกัน เช่น หาก...ก็..., แม้...แต่..., "ทั้งยัง" ต้องตามหลังประโยคที่บอกข้อดีข้อแรก, คำว่า "ดังกล่าว" "วิธีนี้" ต้องตามหลังสิ่งที่มันอ้างถึง
  • ใช้ตัวเลือกช่วย: ตัวเลือกลำดับมักต่างกันแค่ตำแหน่งต้นหรือท้าย เมื่อรู้ประโยคเปิดและปิดแล้วมักตัดเหลือข้อเดียว
  • ตรวจประโยค: ไล่ตามรายการตรวจ 5 จุด คือ คำผิดความหมาย, คำฟุ่มเฟือย, ส่วนขยายผิดที่, กำกวม, สำนวนแปล
  • เติมคำหลายช่อง: ทำช่องที่มั่นใจที่สุดก่อนแล้วตัดตัวเลือก ส่วนใหญ่ไม่ต้องคิดทุกช่อง
  • คำเชื่อม: ดูความสัมพันธ์ของสองส่วนก่อนว่าคล้อยตาม (และ จึง ดังนั้น) ขัดแย้ง (แต่ ทว่า แม้) หรือเป็นเหตุผล (เพราะ เนื่องจาก)

กับดักพบบ่อย

  • ประโยคที่คุ้นหูจากสื่อ เช่น "ถูกออกแบบโดย" "ได้ทำการ" ข้อสอบมักถือว่าใช้ไม่เหมาะสม
  • คำที่หน้าตาคล้ายกัน เช่น อนุมัติ (เห็นชอบตามที่เสนอ) กับ อนุญาต (ยอมให้ทำ) และ อนุมาน (คาดคะเนตามเหตุผล)
  • ในข้อเรียงข้อความ ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย "แต่" "และ" "จึง" "โดย" เป็นประโยคเปิดเรื่องไม่ได้

ตัวอย่าง

ข้อใดใช้คำฟุ่มเฟือย

  • ก. เขาเดินทางกลับบ้านเกิดทุกปี
  • ข. อดีตที่ผ่านมา หมู่บ้านนี้เคยเป็นแหล่งปลูกฝ้าย
  • ค. ครูชมนักเรียนที่ส่งงานตรงเวลา
  • ง. ฝนตกหนักจนถนนหลายสายมีน้ำขัง

เฉลย ข เพราะ "อดีต" หมายถึงเวลาที่ผ่านมาแล้ว การเติม "ที่ผ่านมา" จึงซ้ำความ

อุปมาอุปไมย

หลักคิด

หาความสัมพันธ์ของคำคู่แรกให้ชัดเจนที่สุด แล้วหาคู่ที่มีความสัมพันธ์แบบเดียวกัน "ทั้งชนิดและทิศทาง" รูปแบบมี 2 แบบ คือ ก : ข :: ค : ? และ "คู่คำในข้อใดมีความสัมพันธ์แบบเดียวกับ ก : ข"

รูปแบบความสัมพันธ์ที่พบบ่อย

ความสัมพันธ์ ตัวอย่าง
ผู้ให้บริการ : ผู้รับบริการ ครู : นักเรียน, แพทย์ : ผู้ป่วย, ทนายความ : ลูกความ
อาชีพ : เครื่องมือ ช่างไม้ : ค้อน, ช่างตัดผม : กรรไกร
อาชีพ : สถานที่ปฏิบัติงาน ผู้พิพากษา : ศาล, พระสงฆ์ : วัด
ส่วนย่อย : ส่วนรวม กลีบ : ดอกไม้, หน้า : หนังสือ
สมาชิก : ประเภท มะม่วง : ผลไม้, จระเข้ : สัตว์เลื้อยคลาน
เหตุ : ผล ฝนตกหนัก : น้ำท่วม, ขาดน้ำ : อ่อนเพลีย
ระดับความเข้ม อุ่น : ร้อน, เย็น : หนาว
คำตรงข้าม ขยัน : เกียจคร้าน, ประหยัด : ฟุ่มเฟือย
ผู้ผลิต : ผลผลิต ผึ้ง : น้ำผึ้ง, หนอนไหม : เส้นไหม
คำนาม : ลักษณนาม ช้าง : เชือก, พระพุทธรูป : องค์, พระสงฆ์ : รูป

เทคนิคทำเร็ว

  1. แต่งประโยคเชื่อม ให้เจาะจงที่สุด เช่น ไม่ใช่ "ช่างไม้เกี่ยวกับค้อน" แต่เป็น "ช่างไม้ใช้ค้อนเป็นเครื่องมือทำงาน" แล้วนำประโยคเดียวกันไปทดสอบกับทุกตัวเลือก
  2. ตัดตามชนิดคำ ถ้าคู่โจทย์เป็น คน : สถานที่ ตัวเลือกที่เป็น คน : คน ตัดทิ้งได้ทันที
  3. ตรวจทิศทาง ก : ข ต้องเรียงแบบเดียวกับ ค : ง เช่น ส่วนย่อยมาก่อนส่วนรวม ไม่ใช่กลับกัน
  4. ถ้าเหลือสองตัวเลือก ให้ทำประโยคเชื่อมให้แคบลงอีก เช่น "ผลิตขึ้นเองโดยตรง" จะแยก เส้นไหม ออกจาก ผ้าไหม ได้

กับดักพบบ่อย

  • ตัวลวงที่ "เกี่ยวข้อง" กับคำหลักแต่คนละหน้าที่ เช่น ช่างตัดผม : เส้นผม (วัสดุ) แทน กรรไกร (เครื่องมือ)
  • ผลผลิตขั้นแรกกับผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น หนอนไหม : เส้นไหม (ถูก) กับ หนอนไหม : ผ้าไหม (มนุษย์ทอต่อ)
  • การจัดประเภททางวิทยาศาสตร์ เช่น กบเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน ปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
  • ลักษณนามที่คล้ายกัน เช่น พระสงฆ์ใช้ "รูป" แต่พระพุทธรูปใช้ "องค์"
  • คำความหมายใกล้เคียงปนกับคำตรงข้าม เช่น ประหยัด : อดออม (ใกล้เคียง) ไม่ใช่คำตรงข้าม

ตัวอย่าง

ปากกา : นักเขียน :: พู่กัน : ?

  • ก. สี
  • ข. จิตรกร
  • ค. ผ้าใบ
  • ง. ภาพวาด

เฉลย ข ประโยคเชื่อมคือ "นักเขียนใช้ปากกาเป็นเครื่องมือ" จึงได้ "จิตรกรใช้พู่กันเป็นเครื่องมือ" ส่วนสีและผ้าใบเป็นวัสดุ ภาพวาดเป็นผลงาน

เงื่อนไขสัญลักษณ์

หลักคิด

โจทย์ให้ความสัมพันธ์ของตัวอักษรด้วยเครื่องหมาย >, <, =, ≥, ≤, ≠, ≯, ≮ แล้วให้ข้อสรุป 2 ข้อ งานของเราคือรวมเงื่อนไขเป็นสายเดียว แล้วตัดสินว่าข้อสรุปแต่ละข้อจริง ไม่จริง หรือไม่แน่ชัด ข้อสอบมักให้เงื่อนไขหนึ่งชุดแล้วถามต่อเนื่องหลายข้อ และในปีหลัง ๆ (ตั้งแต่ประมาณปี 2566) มีเงื่อนไขที่มีตัวคูณหรือค่าคงที่ เช่น B = 2A, P + 1 > Q โดยกำหนดว่าตัวอักษรทุกตัวมีค่ามากกว่า 0

ขั้นตอน

  1. แปลงเครื่องหมายแปลก ≮ (ไม่น้อยกว่า) = ≥ และ ≯ (ไม่มากกว่า) = ≤
  2. กลับทิศให้ชี้ไปทางเดียวกัน เช่น E ≤ C เขียนใหม่เป็น C ≥ E
  3. ต่อสายที่ตัวอักษรซ้ำ เช่น A > B ≥ C และ C ≥ E ได้ A > B ≥ C ≥ E
  4. หาเส้นทางระหว่างสองตัวในข้อสรุป แล้วรวมเครื่องหมายตามตารางด้านล่าง
  5. เทียบความสัมพันธ์ที่ได้กับข้อสรุป แล้วจับคู่ผลทั้งสองข้อกับตัวเลือกมาตรฐาน

ตารางรวมเครื่องหมายตามเส้นทาง

เครื่องหมายระหว่างทาง ผลรวม
> กับ > >
> กับ ≥ หรือ = >
≥ กับ ≥ หรือ = ≥
= กับ = =
ทิศสวนกัน เช่น > กับ < หรือ ≥ กับ ≤ สรุปไม่ได้
ผ่านเครื่องหมาย ≠ สรุปไม่ได้
ไม่มีเส้นทางเชื่อม สรุปไม่ได้

จำง่าย ๆ ว่า ถ้าทั้งเส้นทางชี้ทิศเดียวกันและมี > แม้เพียงตัวเดียว ผลคือ > ถ้าไม่มี > เลยแต่มี ≥ ผลคือ ≥ และถ้าเส้นทาง "ขึ้นแล้วลง" หรือ "ลงแล้วขึ้น" ผลคือสรุปไม่ได้

ตารางตัดสินข้อสรุป (ความสัมพันธ์ที่ได้ของ X กับ Y เทียบกับข้อสรุป)

ความสัมพันธ์จริง ข้อสรุป X > Y X ≥ Y X = Y X < Y X ≤ Y X ≠ Y
X > Y จริง จริง ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง จริง
X ≥ Y ไม่แน่ชัด จริง ไม่แน่ชัด ไม่จริง ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด
X = Y ไม่จริง จริง จริง ไม่จริง จริง ไม่จริง
สรุปไม่ได้ ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด ไม่แน่ชัด

แถว X ≥ Y เป็นจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะ X < Y เป็น "ไม่จริง" (ขัดกับเงื่อนไขทุกกรณี) แต่ X > Y และ X ≤ Y เป็น "ไม่แน่ชัด" (ขึ้นกับว่าเท่ากันหรือไม่)

เงื่อนไขที่มีตัวคูณหรือค่าคงที่

  • ทำตัวเชื่อมให้ตรงกัน คูณหรือหารทั้งสองข้างด้วยจำนวนบวกได้โดยทิศไม่เปลี่ยน เช่น Y ≥ Z คูณ 2 ได้ 2Y ≥ 2Z แล้วต่อกับ 2Z > W ได้ 2Y > W
  • แทนสมการ เช่น Y = X + 2 แทนใน 2Y > V + 4 ได้ 2X > V
  • ทดลองค่าสุดโต่งสองชุด ชุดค่าน้อยและชุดค่ามากที่ทำให้เงื่อนไขเกือบเท่ากัน ถ้าข้อสรุปได้ผลต่างกันคือไม่แน่ชัด
  • ระวังค่าคงที่ P + 1 > Q ไม่ได้แปลว่า P > Q เพราะ P อาจน้อยกว่า Q ได้ไม่เกิน 1 (เช่น P = 9.5, Q = 10)
  • ใช้เงื่อนไขค่ามากกว่า 0 เช่น 2A > A เสมอเมื่อ A > 0

กับดักพบบ่อย

  • ลืมกลับทิศเครื่องหมายก่อนต่อสาย ทำให้คิดว่าเชื่อมกันไม่ได้
  • เห็นตัวหนึ่งอยู่สูงกว่าในสายแล้วรีบตอบ > ทั้งที่ระหว่างทางเป็น ≥ ทั้งหมด
  • ตัดสินข้อสรุปที่กลับทิศของ ≥ ว่า "ไม่แน่ชัด" ทั้งที่ควรเป็น "ไม่จริง"
  • นำเครื่องหมาย ≠ ไปต่อสาย
  • ดูข้อสรุปก่อนแล้วเดาทิศ ควรดูทิศจากฝั่งเงื่อนไขเท่านั้น

ตัวอย่าง

เงื่อนไข: K ≥ L > M และ N = M ≤ O ข้อสรุปที่ 1: K > N / ข้อสรุปที่ 2: O > L

วิธีทำ: สายแรก K ≥ L > M = N จึงได้ K > N (มี > หนึ่งตัวและทิศเดียวกัน) ข้อสรุปที่ 1 จริง ส่วน O ≥ M และ L > M คือทั้ง O และ L อยู่สูงกว่า M ทิศสวนกันจึงเปรียบเทียบไม่ได้ ข้อสรุปที่ 2 ไม่แน่ชัด ผลไม่ตรงกัน ตอบตัวเลือกที่ 4

เงื่อนไขทางภาษา

หลักคิด

โจทย์ให้ข้อความเงื่อนไขเป็นภาษา แล้วให้ข้อสรุป 2 ข้อ ตอบด้วยตัวเลือกมาตรฐานชุดเดียวกับเงื่อนไขสัญลักษณ์ หัวใจคือ "ไล่ทุกกรณีที่เงื่อนไขยอมให้เกิด" แล้วตรวจว่าข้อสรุปจริงทุกกรณี ไม่จริงทุกกรณี หรือแล้วแต่กรณี

รูปแบบที่พบบ่อย

  1. จัดลำดับและตำแหน่ง เช่น ชั้นของอาคาร ที่นั่งเรียงแถว ลำดับการเข้าเส้นชัย คะแนนสอบ
  2. เลือกของตามเงื่อนไข เช่น เลือก 3 โครงการจาก 5 โครงการ โดยมีเงื่อนไข ถ้า...ต้อง..., เลือกได้เพียงอย่างเดียว
  3. ประโยคบอกปริมาณ (syllogism) ทุก...เป็น..., บาง...เป็น..., ไม่มี...เป็น..., บาง...ไม่เป็น...
  4. ข้อสรุปแบบประโยคความรวม เชื่อมด้วย และ, หรือ, ถ้า...แล้ว...

เทคนิคทำเร็ว: โจทย์ลำดับและตำแหน่ง

  • เริ่มจากเงื่อนไขที่ระบุตำแหน่งแน่นอน แล้วตามด้วยเงื่อนไขที่ตัดตำแหน่งริมสุด เช่น "คนที่ต้องอยู่สูงกว่าใครสักคน อยู่ชั้นล่างสุดไม่ได้"
  • เงื่อนไข "ถัดไปทันที" ให้มัดสองคนเป็นก้อนเดียว
  • จำนวนที่กำหนด (เช่น ต้องเลือก 3 โครงการ) เป็นเงื่อนไขอีกข้อหนึ่งที่มักบังคับคำตอบได้
  • เขียนทุกกรณีเป็นแถวสั้น ๆ แล้วตรวจข้อสรุปโดยไล่ดูทีละแถว

เทคนิคทำเร็ว: ประโยคบอกปริมาณ

วาดวงกลม (แผนภาพเวนน์) แทนแต่ละกลุ่ม ในข้อสอบมักกำหนดว่าทุกกลุ่มมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคน

รูปแบบ กลับข้างได้หรือไม่ ขัดแย้งกับ
ทุก A เป็น B ไม่ได้ (ได้เพียง "บาง B เป็น A") บาง A ไม่เป็น B
บาง A เป็น B ได้ เป็น "บาง B เป็น A" ไม่มี A เป็น B
ไม่มี A เป็น B ได้ เป็น "ไม่มี B เป็น A" บาง A เป็น B
บาง A ไม่เป็น B ไม่ได้ ทุก A เป็น B

รูปแบบการเชื่อมที่สรุปได้แน่นอน

  • ทุก A เป็น B + ทุก B เป็น C → ทุก A เป็น C
  • ทุก A เป็น B + ไม่มี B เป็น C → ไม่มี A เป็น C
  • บาง A เป็น B + ทุก B เป็น C → บาง A เป็น C
  • บาง A เป็น B + ไม่มี B เป็น C → บาง A ไม่เป็น C
  • ทุก A เป็น B + บาง B เป็น C → สรุปเรื่อง A กับ C ไม่ได้ (กับดักที่ออกบ่อยที่สุด)
  • บาง A เป็น B + บาง B เป็น C → สรุปเรื่อง A กับ C ไม่ได้

ข้อควรจำ "บาง" ในตรรกะหมายถึง "อย่างน้อยหนึ่ง และอาจเป็นทั้งหมดก็ได้" ดังนั้น "บาง A เป็น B" ไม่ได้บอกว่า "บาง A ไม่เป็น B"

เทคนิคทำเร็ว: ถ้า...แล้ว...

  • "ถ้า P แล้ว Q" สมมูลกับ "ถ้าไม่ Q แล้วไม่ P" เท่านั้น
  • สรุปกลับเป็น "ถ้า Q แล้ว P" ไม่ได้ และสรุปเป็น "ถ้าไม่ P แล้วไม่ Q" ก็ไม่ได้
  • เมื่อตรวจข้อสรุปแบบ "ถ้า P แล้ว Q" ให้คัดเฉพาะกรณีที่ P เกิด แล้วดูว่า Q เกิดทุกกรณีหรือไม่

การตัดสินข้อสรุปแบบประโยคความรวม

หลักเบื้องต้นสำหรับประโยคย่อยที่รู้ผลแน่ชัด

  • และ จริงเมื่อทุกส่วนจริง ถ้ามีส่วนใดไม่จริงผลคือไม่จริง
  • หรือ จริงเมื่อมีอย่างน้อยหนึ่งส่วนจริง ไม่จริงเมื่อทุกส่วนไม่จริง
  • ถ้า P แล้ว Q ไม่จริงเฉพาะเมื่อ P จริงแต่ Q ไม่จริง

ข้อควรระวัง: เมื่อประโยคย่อยเป็น "ไม่แน่ชัด" อย่าตัดสินแบบกลไกว่าผลรวมไม่แน่ชัดเสมอ ให้กลับไปตรวจประโยครวมกับทุกกรณี ตัวอย่างเช่น ถ้ากรณีที่เป็นไปได้มีเพียง "ดาวอยู่ชั้น 6" หรือ "ฉัตรอยู่ชั้น 6" แต่ละประโยคแยกกันไม่แน่ชัด แต่ "ฉัตรหรือดาวอยู่ชั้น 6" กลับจริงทุกกรณี

กับดักพบบ่อย

  • ตอบ "ไม่จริง" ทั้งที่ควรเป็น "ไม่แน่ชัด" เพียงเพราะโจทย์ไม่ได้กล่าวถึง (ไม่ได้กล่าวถึง ≠ ไม่จริง)
  • เติมข้อมูลที่โจทย์ไม่ได้บอก เช่น คิดว่าชอบสิ่งหนึ่งแล้วต้องไม่ชอบอีกสิ่ง
  • ตีความ "หรือ" ว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งที่โจทย์ไม่ได้บอก "เพียง...เดียว"
  • ตัดสินจากกรณีเดียวที่นึกออก โดยไม่ไล่ให้ครบทุกกรณี
  • ลืมใช้กลุ่มย่อยเป็นตัวเชื่อม เช่น นักว่ายน้ำเป็นสมาชิกชมรมทุกคนและไม่มีใครดื่มกาแฟ จึงสรุปได้ว่า "สมาชิกชมรมบางคนไม่ดื่มกาแฟ"

ตัวอย่าง

กำหนดให้เป็นจริง (ทุกกลุ่มมีสมาชิก): ทุกคนในทีม A พูดภาษาจีนได้ และ คนที่พูดภาษาจีนได้บางคนเป็นครู ข้อสรุปที่ 1: บางคนในทีม A เป็นครู / ข้อสรุปที่ 2: ครูบางคนพูดภาษาจีนได้

วิธีทำ: ข้อสรุปที่ 1 เป็นรูปแบบ "ทุก A เป็น B + บาง B เป็น C" ซึ่งสรุปไม่ได้ เพราะครูที่พูดภาษาจีนได้อาจไม่ใช่คนในทีม A เลย จึงไม่แน่ชัด ข้อสรุปที่ 2 เป็นการกลับข้าง "บาง B เป็น C" ซึ่งทำได้ จึงจริง ผลไม่ตรงกัน ตอบตัวเลือกที่ 4

แผนฝึก

ใช้คลังข้อสอบในเว็บนี้ร่วมกับแผน 4 สัปดาห์ด้านล่าง ปรับให้สั้นหรือยาวขึ้นตามเวลาที่มี

สัปดาห์ เป้าหมาย สิ่งที่ทำ
1 เข้าใจหลัก อ่านเอกสารนี้ทีละหัวข้อ ทำข้อระดับ 1 ทุกหัวข้อโดยไม่จับเวลา อ่านเฉลยทุกข้อแม้ตอบถูก
2 เงื่อนไขสัญลักษณ์และเงื่อนไขทางภาษา ฝึกวันละ 15-20 ข้อ ท่องตารางรวมเครื่องหมายและตารางตัดสินข้อสรุปจนไม่ต้องเปิดดู ฝึกวาดแผนภาพเวนน์และตารางกรณีให้เร็ว
3 ภาษาไทย ฝึกอ่านบทความวันละ 2-3 เรื่อง ทำข้อเรียงข้อความและข้อใช้ภาษา จดคำที่ใช้ผิดบ่อยและคำฟุ่มเฟือยลงสมุด
4 จับเวลาเสมือนจริง ทำชุดผสมทุกหัวข้อแบบจับเวลา ทบทวนเฉพาะข้อที่ผิดและบันทึกว่าผิดเพราะกับดักแบบใด

เวลาเป้าหมายต่อข้อโดยประมาณ

  • เงื่อนไขสัญลักษณ์: ไม่เกิน 1 นาทีต่อข้อ (ชุดเงื่อนไขเดียวกันข้อแรกอาจใช้นานกว่า ข้อถัดไปต้องเร็วขึ้น)
  • เงื่อนไขทางภาษา: 1.5-2 นาทีต่อข้อ ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการไล่กรณีในข้อแรกของชุด
  • อุปมาอุปไมยและเติมคำ: ไม่เกิน 30-45 วินาทีต่อข้อ
  • เรียงข้อความ: ประมาณ 1 นาทีต่อข้อ
  • บทความ: 1-2 นาทีต่อคำถาม รวมเวลาอ่าน

หลักทบทวน: ทุกข้อที่ผิดให้ระบุสาเหตุเป็นหนึ่งในสามแบบ คือ ไม่รู้หลัก, รู้หลักแต่ตกกับดัก, หรือรีบเกินไป แล้วฝึกซ้ำเฉพาะแบบที่เกิดบ่อยที่สุด

แหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อสอบและบทความในคลังข้อสอบของเว็บนี้เป็นต้นฉบับที่เขียนขึ้นใหม่ตามแนวข้อสอบ ไม่ได้คัดลอกจากแหล่งใด รายละเอียดเรื่องจำนวนข้อ เวลาสอบ และเกณฑ์ผ่านอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากประกาศรับสมัครของสำนักงาน ก.พ. ฉบับล่าสุดทุกครั้ง