ความสามารถในการคิดวิเคราะห์: เชิงปริมาณ
ภาพรวม
การสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ตามหลักสูตรที่ใช้ตั้งแต่ปี 2563 มี 3 วิชา คือ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน), วิชาภาษาอังกฤษ (50 คะแนน) และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน) ข้อสอบทั้งฉบับเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก (ก ข ค ง) และไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข
วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์มีประมาณ 50 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ เชิงภาษา เชิงปริมาณ และเชิงเหตุผล (นามธรรม) เกณฑ์ผ่านของวิชานี้คือร้อยละ 60 สำหรับระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและระดับปริญญาตรี และร้อยละ 65 สำหรับระดับปริญญาโท ข้อสอบทั้งฉบับใช้เวลา 3 ชั่วโมง หรือเฉลี่ยไม่ถึง 2 นาทีต่อข้อ ผู้สอบจึงต้องฝึกให้คิดเลขในใจได้เร็วและแม่นยำ
ด้านเชิงปริมาณวัดความเข้าใจและการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์เบื้องต้น การเปรียบเทียบและวิเคราะห์เชิงปริมาณ และการประเมินความพอเพียงของข้อมูล เมื่อจัดกลุ่มตามลักษณะโจทย์ที่พบในแนวข้อสอบเก่า จะแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ดังนี้
| กลุ่มโจทย์ | ลักษณะ | สิ่งที่ข้อสอบวัด |
|---|---|---|
| อนุกรม | หาจำนวนที่หายไปในลำดับตัวเลข ช่องว่างอาจอยู่ท้ายหรือกลางอนุกรม | การหาแบบแผนและความสัมพันธ์ของตัวเลข |
| คณิตศาสตร์ทั่วไป | โจทย์ปัญหาร้อยละ กำไร-ขาดทุน ดอกเบี้ย อัตราส่วน ค่าเฉลี่ย งาน ความเร็ว อายุ รวมถึงการเปรียบเทียบค่า ก กับค่า ข | การแปลงโจทย์ภาษาเป็นสมการและการคิดคำนวณ |
| การวิเคราะห์ข้อมูล/ตาราง | ตารางหนึ่งชุดใช้ตอบ 2-4 ข้อ ถามร้อยละการเปลี่ยนแปลง สัดส่วน ค่าเฉลี่ย และข้อสรุปจากข้อมูล | การอ่านข้อมูลอย่างถูกต้องและการประมาณค่า |
หมายเหตุ: สำนักงาน ก.พ. ไม่ได้ประกาศจำนวนข้อของแต่ละหัวข้อย่อยอย่างเป็นทางการ สัดส่วนจึงอาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี ผู้สอบควรตรวจสอบประกาศรับสมัครล่าสุดที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ก่อนสอบทุกครั้ง
กลยุทธ์ภาพรวมในห้องสอบ:
- ทำข้อที่ถนัดและใช้เวลาน้อยก่อน เช่น อนุกรมที่เห็นรูปแบบทันที แล้วจึงกลับมาทำข้อที่ต้องคิดหลายขั้น
- ถ้าข้อใดใช้เวลาเกิน 2 นาทีแล้วยังไม่เห็นทาง ให้ทำเครื่องหมายไว้แล้วข้ามไปก่อน
- ใช้ตัวเลือกให้เป็นประโยชน์ ทั้งการแทนค่ากลับและการตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้
- ตัวลวงของข้อสอบมักเป็นค่าที่ได้จากการคิดผิดแบบที่พบบ่อย ถ้าคำตอบที่คิดได้ตรงกับตัวเลือกทันที ให้ทบทวนสั้น ๆ ว่าใช้ฐานหรือหน่วยถูกต้องหรือไม่
อนุกรม
หลักคิด
อนุกรมในข้อสอบ ก.พ. ต้องมีกฎเพียงกฎเดียวที่อธิบายได้ทุกพจน์ หน้าที่ของผู้สอบคือหากฎนั้นให้เร็วที่สุด วิธีที่ได้ผลคือไล่ตรวจรูปแบบตามลำดับจากง่ายไปยาก แทนการเดาสุ่ม
ลำดับการตรวจที่แนะนำ:
- ดูภาพรวม: ตัวเลขเพิ่มขึ้นช้า เพิ่มเร็ว หรือขึ้นลงสลับกัน
- ถ้าเพิ่มขึ้นช้าและสม่ำเสมอ ให้หาผลต่างของพจน์ที่อยู่ติดกัน (ผลต่างชั้นที่ 1)
- ถ้าผลต่างยังไม่คงที่ ให้หาผลต่างของผลต่าง (ชั้นที่ 2) หรือดูว่าผลต่างเป็นอนุกรมเรขาคณิตหรือกำลังสองหรือไม่
- ถ้าเพิ่มขึ้นเร็วมาก ให้หารพจน์ติดกันเพื่อหาอัตราส่วน หรือเทียบกับกำลังสอง กำลังสาม แฟกทอเรียล
- ถ้าขึ้นลงสลับกัน ให้แยกตำแหน่งคี่-คู่เป็นสองอนุกรม หรือลองการดำเนินการสลับ เช่น ×2 แล้ว +3
- ถ้าตัวเลขพุ่งขึ้นแล้วตกลงเป็นช่วง ๆ ให้ลองแบ่งเป็นกลุ่มละ 3 หรือ 4 ตัว
รูปแบบที่พบบ่อย
| รูปแบบ | ตัวอย่าง | กฎ |
|---|---|---|
| เลขคณิต | 4, 9, 14, 19, ... | บวกค่าคงที่ (+5) |
| เรขาคณิต | 5, 15, 45, 135, ... | คูณค่าคงที่ (×3) |
| ผลต่างสองชั้น | 3, 4, 7, 12, 19, ... | ผลต่าง 1, 3, 5, 7 เพิ่มทีละ 2 |
| ผลต่างเป็นเรขาคณิต | 1, 2, 4, 8, 16 หรือ 2, 3, 5, 9, 17, ... | ผลต่าง 1, 2, 4, 8 |
| ยกกำลัง | 1, 4, 9, 16 หรือ 0, 7, 26, 63, ... | n² หรือ n³ − 1 |
| ×k ± c | 2, 5, 11, 23, ... | ×2 + 1 |
| ฟีโบนักชี | 1, 4, 5, 9, 14, ... | สองพจน์ก่อนหน้าบวกกัน |
| ทริโบนักชี | 1, 1, 2, 4, 7, 13, ... | สามพจน์ก่อนหน้าบวกกัน |
| อนุกรมซ้อน (สลับตำแหน่ง) | 2, 10, 4, 8, 8, 6, 16, ... | ตำแหน่งคี่ ×2, ตำแหน่งคู่ −2 |
| การดำเนินการสลับ | 2, 4, 3, 6, 5, 10, ... | ×2, −1 สลับกัน |
| เศษส่วน | 1/3, 2/5, 3/7, 4/9, ... | แยกอนุกรมเศษและส่วน |
| แฟกทอเรียล | 1, 2, 6, 24, 120, ... | ×2, ×3, ×4, ×5 |
| อนุกรมกลุ่ม | 3, 4, 12, 2, 5, 10, ... | กลุ่มละ 3 ตัว ตัวที่สาม = ผลคูณ |
เทคนิคทำเร็ว
- ท่องตารางกำลังสอง 1-25 และกำลังสาม 1-10 ให้ขึ้นใจ เพราะอนุกรมจำนวนมากคือกำลังสองหรือกำลังสามบวกลบค่าคงที่ เช่น 2, 9, 28, 65 คือ n³ + 1
- จำกำลังของ 2 ถึง 2¹⁰ = 1,024 และกำลังของ 3 ถึง 3⁶ = 729
- เขียนผลต่างไว้ใต้อนุกรมเป็นแถว ทำให้เห็นรูปแบบผลต่างหลายชั้นได้ทันที
- เมื่อช่องว่างอยู่กลางอนุกรม ให้หากฎจากช่วงที่มีตัวเลขครบก่อน แล้วแทนคำตอบตรวจทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องว่าง
- อนุกรมเศษส่วนห้ามตัดทอน เช่น 2/6 ไม่ควรเปลี่ยนเป็น 1/3 เพราะรูปแบบจะหายไป
- ถ้าลองบวกสองพจน์ก่อนหน้าแล้วไม่ตรง ให้ลองบวกสามพจน์ หรือลองคูณสองพจน์
กับดักพบบ่อย
- อนุกรมซ้อนแล้วนับตำแหน่งผิด ตัวลวงยอดนิยมคือพจน์ถัดไปของอนุกรมอีกชุดหนึ่ง จึงต้องนับให้แน่ว่าช่องว่างเป็นตำแหน่งคี่หรือคู่
- เห็นผลต่างไม่กี่ตัวแล้วเดากฎ เช่น ผลต่าง 2, 5, 10 อาจเป็น n² + 1 ไม่ใช่การบวก 3 แล้วบวก 5 ซ้ำ ต้องตรวจกฎกับทุกพจน์ก่อนตอบ
- อนุกรมกลุ่มที่ทดสอบกฎกับกลุ่มเดียว เช่น กลุ่ม (2, 3, 6) ใช้ได้ทั้ง "บวก" และ "คูณ" ต้องตรวจกับกลุ่มอื่นด้วยจึงจะรู้ว่ากฎใดถูก
- ลืมค่าคงที่ เช่น อนุกรม ×2 + 1 แล้วคูณ 2 อย่างเดียว ซึ่งมักมีตัวเลือกดักไว้
ตัวอย่าง
โจทย์: 5, 6, 9, 14, 21, ? จำนวนที่หายไปคือข้อใด ก. 28 ข. 30 ค. 31 ง. 35
เฉลย: ข. 30 ผลต่างของพจน์ติดกันคือ 1, 3, 5, 7 ซึ่งเป็นเลขคี่เรียงกัน ผลต่างถัดไปคือ 9 จึงได้ 21 + 9 = 30 ตัวลวง 28 เกิดจากบวก 7 ซ้ำ
คณิตศาสตร์ทั่วไป
หลักคิด
โจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไปของ ก.พ. ใช้ความรู้ระดับมัธยมต้น ความยากอยู่ที่การอ่านโจทย์ให้ถูกว่าถามอะไรและใช้อะไรเป็นฐาน มากกว่าความซับซ้อนของการคำนวณ ขั้นตอนที่ควรทำทุกข้อคือ (1) ขีดเส้นใต้สิ่งที่โจทย์ถาม (2) ระบุฐานหรือหน่วย (3) คำนวณ (4) ตรวจว่าคำตอบสมเหตุสมผล
สูตรและรูปแบบที่พบบ่อย
ร้อยละ
- x% ของ y = x × y ÷ 100 และ x% ของ y เท่ากับ y% ของ x เสมอ
- ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = (ค่าใหม่ − ค่าเก่า) ÷ ค่าเก่า × 100
- ร้อยละที่ควรจำเป็นเศษส่วน: 12.5% = 1/8, 20% = 1/5, 25% = 1/4, 33⅓% = 1/3, 37.5% = 3/8, 62.5% = 5/8, 75% = 3/4
กำไร ขาดทุน ส่วนลด
- กำไรหรือขาดทุนร้อยละคิดจาก "ราคาทุน" เว้นแต่โจทย์ระบุเป็นอย่างอื่น
- ราคาขาย = ทุน × (1 + ร้อยละกำไร/100) และราคาหลังลด = ราคาป้าย × (1 − ร้อยละส่วนลด/100)
- ลดราคาสองต่อ a% แล้ว b% เท่ากับลดครั้งเดียว a + b − (a × b)/100 เช่น ลด 10% สองครั้ง = ลด 19%
- ขึ้นราคา x% แล้วลด x% จะได้ต่ำกว่าราคาเดิมเสมอ
- ขายของสองชิ้นราคาเท่ากัน ชิ้นหนึ่งกำไร x% อีกชิ้นขาดทุน x% จะขาดทุนรวมเสมอ
ดอกเบี้ย
- ดอกเบี้ยเชิงเดียว = เงินต้น × อัตราต่อปี × จำนวนปี
- เงินรวมแบบทบต้น = เงินต้น × (1 + r)ⁿ เช่น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อปี 2 ปี = 12,100 บาท
อัตราส่วนและสัดส่วน
- แบ่งตามอัตราส่วน: หาค่าหนึ่งส่วน = ผลรวม ÷ ผลรวมของส่วน แล้วคูณจำนวนส่วนที่ต้องการ
- เชื่อมอัตราส่วน ก : ข และ ข : ค ให้ทำ ข ให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. หรือใช้ ก/ค = (ก/ข) × (ข/ค)
ค่าเฉลี่ย
- ผลรวม = ค่าเฉลี่ย × จำนวน ใช้สูตรนี้แก้โจทย์ "ต้องได้คะแนนเท่าใดจึงจะเฉลี่ยถึง..."
- ค่าเฉลี่ยรวมของสองกลุ่มที่จำนวนไม่เท่ากันต้องถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนสมาชิก ค่าเฉลี่ยรวมจะใกล้กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า
งานและเวลา
- คนที่ทำงานเสร็จใน a วัน ทำได้วันละ 1/a ของงาน อัตรางานของหลายคนนำมาบวกกันได้
- สองคนช่วยกันทำ: เวลา = (a × b) ÷ (a + b) เช่น 3 วันกับ 6 วัน ช่วยกันเสร็จใน 2 วัน
- เทคนิคหน่วยงาน: ให้งานทั้งหมดเท่ากับ ค.ร.น. ของจำนวนวัน จะคิดเป็นจำนวนเต็มได้ง่าย
ระยะทาง ความเร็ว เวลา
- ระยะทาง = อัตราเร็ว × เวลา
- แปลง กม./ชม. เป็น ม./วินาที ด้วยการคูณ 5/18 (เช่น 72 กม./ชม. = 20 ม./วินาที)
- อัตราเร็วเฉลี่ยไป-กลับระยะทางเท่ากัน = 2ab ÷ (a + b) ไม่ใช่ (a + b) ÷ 2 เช่น 30 กับ 60 กม./ชม. ได้ 40 กม./ชม.
- วัตถุมีความยาว (รถไฟ) ผ่านสะพานหรืออุโมงค์ ต้องใช้ระยะทาง = ความยาวสะพาน + ความยาวขบวน
- วิ่งสวนกันใช้อัตราเร็วบวกกัน วิ่งไล่กันใช้อัตราเร็วลบกัน
อายุ
- ผลต่างอายุของสองคนคงที่ตลอดเวลา
- ระวังช่วงเวลา เช่น จาก "5 ปีที่แล้ว" ถึง "อีก 5 ปีข้างหน้า" ห่างกัน 10 ปี
- ข้อสอบแบบเลือกตอบ การแทนค่าตัวเลือกกลับเข้าเงื่อนไขมักเร็วกว่าการตั้งสมการ
การเปรียบเทียบค่า ก กับค่า ข
โจทย์กำหนดปริมาณสองค่า แล้วให้เลือกว่าค่า ก มากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับค่า ข หรือข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ หลักสำคัญคือ ถ้าโจทย์มีตัวแปร ให้ลองแทนค่าหลายแบบ ได้แก่ 0, 1, เศษส่วนระหว่าง 0 กับ 1, จำนวนมาก และจำนวนลบ (ถ้าเงื่อนไขอนุญาต) ถ้าผลการเปรียบเทียบเปลี่ยนไปตามค่าที่แทน ให้ตอบว่าสรุปไม่ได้ ถ้าไม่มีตัวแปร ให้คำนวณหรือประมาณทั้งสองค่าแล้วเทียบกัน ไม่จำเป็นต้องหาค่าละเอียดถ้าเห็นชัดแล้วว่าค่าใดมากกว่า
ความพอเพียงของข้อมูล
โจทย์ให้คำถามหนึ่งข้อกับข้อมูลประกอบสองข้อ แล้วถามว่าต้องใช้ข้อมูลข้อใดจึงจะตอบคำถามได้ (ใช้ข้อแรกอย่างเดียว ข้อที่สองอย่างเดียว ต้องใช้ทั้งสองข้อ หรือแม้ใช้ทั้งสองข้อก็ยังไม่พอ) หลักคิดคือไม่ต้องหาคำตอบจริง เพียงตัดสินว่าข้อมูลพอให้ได้คำตอบเดียวหรือไม่ เช่น คำถาม "x มีค่าเท่าใด เมื่อ x เป็นจำนวนเต็ม" ข้อมูล (1) x² = 9 (2) x > 0 ข้อ (1) อย่างเดียวได้ x = 3 หรือ −3 จึงไม่พอ ข้อ (2) อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ทั้งสองข้อจึงได้ x = 3
เทคนิคทำเร็ว
- สมมติฐานเป็น 100 สำหรับโจทย์ร้อยละที่ไม่ได้ให้ราคาจริง
- ใช้ตัวเลือกแทนค่ากลับ โดยเริ่มจากตัวเลือกที่อยู่กลาง ๆ เพื่อดูว่าควรเลือกค่าที่มากขึ้นหรือน้อยลง
- ประมาณขอบเขตคำตอบก่อน เช่น สองคนช่วยกันทำงาน คำตอบต้องน้อยกว่าเวลาของคนที่เร็วที่สุด อัตราเร็วเฉลี่ยต้องอยู่ระหว่างสองอัตราเร็ว
- แปลงหน่วยให้ตรงกันก่อนคำนวณเสมอ (นาทีกับชั่วโมง เมตรกับกิโลเมตร)
กับดักพบบ่อย
- นำร้อยละมาบวกกันตรง ๆ เมื่อฐานเปลี่ยน เช่น ลด 20% แล้วลด 15% ไม่ได้เท่ากับลด 35%
- คิดกำไรจากราคาขายแทนราคาทุน
- ตอบส่วนที่โจทย์ไม่ได้ถาม เช่น ตอบส่วนลดแทนราคาที่ต้องจ่าย ตอบดอกเบี้ยแทนเงินรวม หรือตอบอายุพ่อแทนอายุลูก
- เฉลี่ยค่าเฉลี่ยหรือเฉลี่ยอัตราเร็วโดยไม่ถ่วงน้ำหนัก
- แปลง 30 นาทีเป็น 0.3 ชั่วโมง (ที่ถูกคือ 0.5 ชั่วโมง)
- ในโจทย์เปรียบเทียบค่า แทนเฉพาะจำนวนเต็มบวกแล้วสรุปเร็วเกินไป
ตัวอย่าง
โจทย์: ร้านค้าซื้อสินค้ามาราคา 800 บาท ต้องการกำไรร้อยละ 25 ของทุน แต่ต้องลดราคาจากป้ายให้ลูกค้าร้อยละ 20 ร้านค้าต้องติดราคาป้ายกี่บาท ก. 1,000 บาท ข. 1,160 บาท ค. 1,200 บาท ง. 1,250 บาท
เฉลย: ง. 1,250 บาท ราคาขายที่ต้องการ = 800 × 1.25 = 1,000 บาท ราคาขายเท่ากับร้อยละ 80 ของราคาป้าย ดังนั้นราคาป้าย = 1,000 ÷ 0.8 = 1,250 บาท ตัวลวง: 1,000 บาท คือราคาขายที่ลืมคิดส่วนลด, 1,160 บาท เกิดจากบวกร้อยละ 25 กับ 20 เป็น 45 แล้วคิดจาก 800, 1,200 บาท เกิดจากบวก 20% ของ 1,000 เข้าไปตรง ๆ ซึ่งผิดเพราะส่วนลดคิดจากราคาป้าย ไม่ใช่จากราคาขาย
การวิเคราะห์ข้อมูลและตาราง
หลักคิด
โจทย์กลุ่มนี้ให้ตารางหนึ่งชุดแล้วถามต่อเนื่อง 2-4 ข้อ ทักษะที่วัดคือการอ่านข้อมูลให้ถูกแถว ถูกคอลัมน์ ถูกหน่วย และการเลือกวิธีคำนวณที่เหมาะสม ตัวเลขในตารางมักตั้งให้หารลงตัวหรือประมาณได้ง่าย ถ้าคำนวณแล้วได้ตัวเลขยุ่งยากมาก มักแปลว่าหยิบข้อมูลผิดช่อง
ก่อนอ่านคำถาม ให้ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาทีสำรวจตาราง ได้แก่ ชื่อตาราง หน่วย (บาท ล้านบาท พันคน ร้อยละ) หัวแถวและหัวคอลัมน์ และสังเกตแนวโน้มคร่าว ๆ ว่าแถวใดเพิ่มขึ้นหรือลดลง
สูตรและรูปแบบคำถามที่พบบ่อย
| รูปแบบคำถาม | วิธีคิด |
|---|---|
| เพิ่มขึ้นหรือลดลงร้อยละเท่าใด | (ใหม่ − เก่า) ÷ เก่า × 100 ตัวหารคือค่าที่ "เทียบกับ" |
| คิดเป็นร้อยละเท่าใดของ | ส่วนย่อย ÷ ผลรวม × 100 ผลรวมต้องเป็นของปีหรือกลุ่มเดียวกัน |
| คิดเป็นกี่เท่าของ | ค่าหนึ่ง ÷ อีกค่าหนึ่ง |
| ค่าเฉลี่ย | ผลรวม ÷ จำนวนรายการ |
| ข้อใดเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุด | เทียบร้อยละ ไม่ใช่จำนวนที่เพิ่ม |
| ข้อสรุปใดถูกต้อง | ตรวจทีละตัวเลือก ตัดข้อที่หาตัวอย่างค้านได้ก่อน |
| ตารางร้อยละพร้อมยอดรวม | แปลงร้อยละเป็นจำนวนจริงด้วยยอดรวม ก่อนนำไปบวกลบกับฐานใหม่ |
เทคนิคทำเร็ว
- ประมาณค่าก่อนคำนวณละเอียด ถ้าตัวเลือกห่างกันมาก การประมาณก็เพียงพอ
- เทียบกับเกณฑ์ด้วยการคูณกลับแทนการหาร เช่น อยากรู้ว่า 63,400 เกินร้อยละ 85 ของ 76,000 หรือไม่ ให้คำนวณ 85% ของ 76,000 = 64,600 แล้วเทียบ
- ถ้าสองรายการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่ากัน รายการที่มีฐานเล็กกว่ามีร้อยละการเพิ่มสูงกว่าเสมอ
- เปรียบเทียบอัตราด้วยเศษส่วน เช่น 50/200 = 1/4 ชัดเจนว่ามากกว่า 64/370 ซึ่งน้อยกว่า 1/5
- ในข้อ "ข้อสรุปใดถูกต้อง" ให้ดูข้อความที่ตรวจด้วยตาได้ก่อน เช่น "เพิ่มขึ้นทุกปี" หรือ "ทุกสาขาเพิ่มขึ้น" ซึ่งหาตัวอย่างค้านได้ทันที
กับดักพบบ่อย
- ใช้ปีใหม่เป็นตัวหารแทนปีฐาน
- สับสน "เป็นร้อยละเท่าใดของ" กับ "เพิ่มขึ้นร้อยละเท่าใด" เช่น 990 เทียบ 900 คือร้อยละ 110 ของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10
- ตอบตามจำนวนดิบที่มากที่สุด ทั้งที่โจทย์ถามอัตราหรือสัดส่วน
- ลืมหน่วยของตาราง เช่น ตัวเลขเป็นพันคนหรือล้านบาท
- นำร้อยละการเปลี่ยนแปลงหลายช่วงมาบวกกัน เช่น เพิ่ม 20% แล้วลด 10% ไม่ได้แปลว่าเพิ่มรวม 10%
- เพิ่มขึ้นจำนวนเท่ากันทุกช่วง ไม่ได้แปลว่าเพิ่มขึ้นร้อยละเท่ากัน เพราะฐานเปลี่ยนทุกช่วง
- นำร้อยละของต่างกลุ่มที่ฐานไม่เท่ากันมาบวกหรือเฉลี่ยกันตรง ๆ
ตัวอย่าง
ตาราง: จำนวนผู้ใช้บริการห้องสมุดแห่งหนึ่ง (หน่วย: คน)
| ปี | ผู้ใช้บริการ |
|---|---|
| 2566 | 250 |
| 2567 | 300 |
| 2568 | 270 |
โจทย์: จำนวนผู้ใช้บริการปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละเท่าใด ก. ร้อยละ 8 ข. ร้อยละ 10 ค. ร้อยละ 20 ง. ร้อยละ 30
เฉลย: ก. ร้อยละ 8 เพิ่มขึ้น 270 − 250 = 20 คน คิดเป็น 20 ÷ 250 × 100 = ร้อยละ 8 ตัวลวง ร้อยละ 10 เกิดจากนำ "ปี 2567 เพิ่ม 20%" มาบวก "ปี 2568 ลด 10%" ซึ่งใช้ไม่ได้ เพราะร้อยละแต่ละช่วงคิดจากฐานต่างกัน ส่วนร้อยละ 20 คือการเปลี่ยนแปลงของปี 2567 เทียบกับปี 2566 เท่านั้น
แผนฝึก
แผนต่อไปนี้ออกแบบสำหรับการเตรียมตัว 6 สัปดาห์ ใช้เวลาวันละ 45-60 นาทีสำหรับด้านเชิงปริมาณ
| สัปดาห์ | เป้าหมาย | กิจกรรมหลัก |
|---|---|---|
| 1 | ปูพื้นฐานการคิดในใจ | ท่องตารางกำลังสอง กำลังสาม กำลังของ 2 และตารางแปลงร้อยละเป็นเศษส่วน ฝึกคูณหารในใจวันละ 15 นาที |
| 2 | อนุกรม | ฝึกวันละ 20 ข้อ ไล่ตามลำดับการตรวจ 6 ขั้น จดรูปแบบที่ทำผิดลงสมุด |
| 3 | คณิตศาสตร์ทั่วไป (1) | ร้อยละ กำไร-ขาดทุน ส่วนลด ดอกเบี้ย อัตราส่วน วันละ 15 ข้อ พร้อมอ่านเฉลยตัวลวง |
| 4 | คณิตศาสตร์ทั่วไป (2) | ค่าเฉลี่ย งาน-เวลา ความเร็ว อายุ การเปรียบเทียบค่า และความพอเพียงของข้อมูล วันละ 15 ข้อ |
| 5 | ตารางและข้อมูล | ฝึกวันละ 3-4 ตาราง ฝึกประมาณค่าและการตัดตัวเลือกโดยไม่คำนวณละเอียด |
| 6 | จับเวลาเสมือนจริง | ทำชุดผสมครั้งละ 25 ข้อภายใน 45 นาที ทบทวนสมุดจดข้อผิด และทำข้อสอบเก่าย้อนหลัง |
หลักการฝึกที่ได้ผล:
- ฝึกโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขตั้งแต่วันแรก เพราะห้องสอบไม่อนุญาต
- ทุกข้อที่ทำผิด ให้บันทึกว่าผิดเพราะอะไร (ไม่รู้กฎ อ่านโจทย์ผิด ใช้ฐานผิด หรือคำนวณพลาด) แล้วทบทวนสัปดาห์ละครั้ง
- อ่านเฉลยตัวลวงทุกข้อ แม้ข้อที่ตอบถูก เพราะตัวลวงคือแผนที่ของความผิดพลาดที่พบบ่อย
- เมื่อทำได้แม่นแล้ว ให้เริ่มจับเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 1.5 นาทีต่อข้อ เพื่อเหลือเวลาให้ข้อยาก
แหล่งอ้างอิง
- JobsDB: สอบ ก.พ. คืออะไร โครงสร้างวิชา จำนวนข้อ คะแนนเต็ม และเกณฑ์ผ่าน https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/test-for-government-job
- KTC: คู่มือสอบ ก.พ. สำหรับมือใหม่ (เนื้อหาด้านเชิงปริมาณ เวลาสอบ เกณฑ์ผ่าน) https://www.ktc.co.th/article/knowledge/salary-man/ocsc-exam-guide-beginners
- TruePlookpanya: การปรับหลักสูตรภาค ก ตั้งแต่ปี 2563 และหัวข้อด้านเชิงปริมาณ https://www.trueplookpanya.com/education/content/77721-teanew--
- TruePlookpanya: หัวข้อที่ออกสอบในส่วนความสามารถทั่วไป (อนุกรม เลขทั่วไป ตาราง) https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/82717-teaartcar-teaart-
- TruePlookpanya: แนวทางเตรียมตัวสอบภาค ก และข้อห้ามใช้เครื่องคิดเลข https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/96501-edu-
- TruePlookpanya: ข้อสอบเสมือนจริง ก.พ. ภาค ก วิชาความสามารถในการวิเคราะห์ (คำนวณ) https://www.trueplookpanya.com/examination2/start-exam/13568
- PPTV: ก.พ. เปิดเว็บไซต์ให้ทดลองทำตัวอย่างข้อสอบ e-Exam https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/213983
- สำนักงาน ก.พ. ระบบรับสมัครสอบ (ตรวจสอบประกาศและหลักสูตรฉบับล่าสุด) https://job3.ocsc.go.th